เป็นแชมป์นั้นยาก รักษาแชมป์ยากกว่า แต่เชื่อเถอะว่าเป็นแชมป์นี้ยากที่สุด

เรื่องและรูปโดย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

ผิดครับ มั่ว เทือกเขาอัลไตไม่มีใครอยู่ครับ ถ้าถามผม ผมเชื่อทฤษฎีว่าคนไทยมาจากทางตอนใต้ของจีนกับรัฐอัสสัม– สฐาปนัท จันทร์ดิษฐ์

สารภาพว่าในตอนแรก เราเลือกที่จะสนทนากับ แชมป์ – สฐาปนัท จันทร์ดิษฐ์ หลังจากที่ทราบว่า ภายใต้บทบาทในการเป็นหัวหน้าฝ่ายดูแลอาคารสถานที่ให้ ลิโด้ คอนเนคท์ นั้น เขาเป็นคนทำคอนเทนต์ในเพจ เกร็ดประวัติศาสตร์ ที่นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยในแง่มุมต่าง ๆ อย่างเข้มข้นจริงจังมากที่สุดเพจหนึ่ง และเพราะอยากรู้ว่าทำไม แชมป์ ถึงทำได้เช่นนั้น สืบไปจึงได้รู้ว่า ชายวัย 40 คนนี้เคยเป็นครูสอนประวัติศาสตร์มาก่อนนั่นเอง

เมื่อรู้ว่า สฐาปนัท คืออดีตครูสอนประวัติศาสตร์ผู้ผันตัวเองมาทำงานด้านดูแลอาคารสถานที่ นั่นก็ถือว่าน่าสนใจมากแล้ว แต่พอได้คุยเอาจริง ๆ จึงพบว่าชีวิตของ แชมป์ – สฐาปนัท นั้นน่าสนใจมากกว่าแค่เป็นครูที่มาทำงานด้านอื่นมาก

เพราะชีวิตของเขา ผ่านมาหมดทุกอย่างแล้ว ทุกอย่างที่มีทั้งขึ้นและลง

เคยเป็นทั้งครูที่ร่างหลักสูตรให้นักเรียนทั้งประเทศ เป็นนักกิจกรรม เป็นนักกีฬาระดับประเทศ ปั้นเด็กเป็นนักกีฬาติดทีมชาติ

และชีวิตก็เหวี่ยงให้ถึงขั้นที่ระหกระเหินไปเป็น รปภ. เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ หลับในจนรถคว่ำ ไปทำงานต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย โดนส่งกลับ โดนโกงเงิน ภรรยาขอแยกทาง ไม่เจอหน้าลูกแรมเดือน

ชีวิตของ แชมป์ – สฐาปนัท เป็นชีวิตที่มีทุกอย่างที่นิยามแห่งคำว่า “ชีวิต” จะจำกัดความได้ มีสุข เศร้า ทุกข์ ยิ้มชื่น ขึ้นอยู่กับว่าชีวิตจะหยิบยื่นอะไรให้ตอนไหน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเปลี่ยนใจกะทันหัน ที่จะคุยกับ แชมป์ – สฐาปนัท ด้วยเรื่องที่ลึกและซึ้งกว่านั้น

ใครที่กำลังพึงพอใจหรือวางใจในชีวิตโปรดอ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน

ส่วนใครที่กำลังพ่ายแพ้ ให้รู้ไว้ว่าที่เขาบอกกันว่าเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว รักษาแชมป์นั้นยากกว่านั้น…

ขอให้เชื่อเถอะว่าเป็นแชมป์นี้นี่แหละที่ยากที่สุด

ไม่เชื่อหรือ, โปรดอ่าน

คุณเป็นครูสอนวิชาประวัติศาสตร์ได้ยังไง

ผมเป็นคนสุโขทัยโดยกำเนิด ก็เรียนหนังสือตามปกติ จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม แล้วก็มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ผมเรียนจบวิชาครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) โปรแกรมวิชาสังคมศึกษา เรียนจบเมื่อปี 2545

เรียนเพื่อเป็นครูโดยเฉพาะ

ครับ เป็นครูโดยเฉพาะ แต่เรียนจบแล้วยังไม่ได้เป็นครูนะ หลังจากจบมา ผมก็ไปสมัครงานที่สำนักงานโบราณคดีที่ 5 สุโขทัย กรมศิลปากร

ไปทำอะไรที่นั่น

โดยตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการโบราณคดี งานที่ทำคือบันทึกข้อมูลโบราณสถานลงคอมพิวเตอร์ แล้วก็…ไปช่วยเขาวิเคราะห์ เวลามีการขุดค้น เราก็ไปกับนักโบราณคดีน่ะครับ

ทำไมถึงชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์

เพราะช่วงที่ผมเป็นเด็ก แม่ผมชอบพาไปเล่นในอุทยานประวัติศาสตร์ มีความผูกพันกับของเก่า ๆ วัดเก่า ๆ ตั้งแต่เด็ก

บ้านผมที่สุโขทัยเป็นครอบครัวใหญ่ ทุกเย็นพอกินข้าวเย็นเสร็จ ปู่ก็จะนั่งเล่าเรื่องโบราณให้ฟัง เป็นนิทานโบราณ แต่ปู่ไม่ได้เป็นนักโบราณคดีนะ เป็นชาวบ้านทั่วไปนี่แหละ ก็เล่าเรื่องโบราณพวกตำนานปรัมปราอะไรต่าง ๆ ให้ฟังทุกเย็น จบเรื่องโบราณก็ต่อด้วยเรื่องผี ปิดท้ายด้วยการหยอกว่าจะมีผีมาแหย่ตูด (หัวเราะ) ไอ้เราก็กลัวครับ เพราะพื้นบ้านเป็นไม้กระดานยกพื้นสูงแบบบ้านต่างจังหวัด มันก็จะมีร่อง ก็โตมาแบบนั้นแหละมันก็เลยทำให้เราซึมซับอยากรู้ที่มาต่าง ๆ จนกลายเป็นชอบในสาขาวิชาประวัติศาสตร์ไป 

อยากรู้อะไรจากอดีต

พอเราโตมาช่วงอายุหนึ่งเราก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไมสิ่งก่อสร้างของคนในสมัยโบราณ มันถึงอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปี มันเป็นเพราะอะไร เพราะอยากรู้ไงก็เลยเริ่มศึกษา ประกอบกับตอนที่เราเรียนชั้น ม.1 ครูพาไปทัศนศึกษาอำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งผมไม่เคยไปเพราะผมอยู่อำเภอเมือง มันไกลจากบ้านผม 60 กิโลเมตร จำได้ว่าไปครั้งแรกเนี่ย กลับมาผมนอนไม่หลับนะมันตื่นเต้น พอไปเห็นแล้วผมทึ่งกับสิ่งก่อสร้าง แล้ววิทยากรก็เก่งมาก อาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ผมอยากเป็นครูสอนประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำ

ประทับใจอะไรในตัววิทยากร

ผมถามอะไรไปเขาตอบได้หมดตลอด ซึ่งเด็กในรุ่นเขาจะไม่ถาม จะฟังอย่างเดียว แต่ผมอยากถาม ผมอยากรู้อะไร เขาก็มีคำตอบให้ผม ทำให้ผมประทับใจวิทยากรท่านนี้มาก จนผมเกิดความมุ่งมั่นอยากที่จะเรียนทางด้านประวัติศาสตร์

นั่นคือเหตุผลที่ไปเรียนที่กำแพงเพชรใช่ไหม

ใช่ครับ เราเรียนสายสังคม ถึงมันจะไม่ได้แยกย่อยไปเป็นประวัติศาสตร์ก็ตาม แต่ประวัติศาสตร์นี่เรามาศึกษาเอง ตั้งแต่ ม.1 แล้ว ผมจะเข้าห้องสมุดทุกวันเลย แล้วยืมหนังสือมาอ่าน

หนังสือประเภทไหน ประวัติศาสตร์เหรอ

หนังสือประเภทประวัติศาสตร์ ตอนแรกผมอ่านประวัติศาสตร์สุโขทัยก่อน แล้วพออ่านประวัติศาสตร์สุโขทัย อ่านแบบหนังสือเรียน หรือหนังสือธรรมดาที่เขาเขียนมาเนี่ย แล้วผมก็ไปอ่านจารึก หัดอ่านจารึก ผมก็เริ่มเอาหนังสือของสำนักพิมพ์ของกรมศิลป์มาอ่าน ก็ทำให้ผมอ่านจารึก อ่านอักขระได้ ค่อย ๆ เรียนรู้มาเรื่อย ๆ

เพื่อนไม่แซวเหรอ 

เพื่อนแซวสิครับ ปกติพักกลางวันเขาไปเตะบอลกัน แต่ผมมาเข้าห้องสมุด อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ คือในตู้ห้องสมุดโรงเรียนเนี่ยจะมีชื่อผมในรายชื่อคนยืมทุกเล่ม ผมยืมหนังสือกลับมาอ่านที่บ้านทุกวัน วันละสองเล่ม สามเล่ม หนังสือสอบไม่ค่อยอ่านหรอกครับ อ่านแต่หนังสือประเภทนี้

มันสนุกตรงไหน 

มันเหมือนละครน่ะครับ มันเหมือนนิยาย เป็นเรื่องเป็นราว บางเรื่องราวมันน่าจดจำ บางเรื่องก็ไม่น่าจำ แต่อ่านแล้วเพลิน เปรียบเทียบกันกับปัจจุบันได้บางเรื่อง มันมีอยู่วลีหนึ่งครับเขาบอกว่า ผู้ชนะเขียนพงศาวดาร คนแพ้ไม่เคยมีพื้นที่เลย นั่นแหละ

เป็นอย่างนี้ทั้งโลก

ทั้งหมดแหละครับ อย่างบ้านเราถ้าไปอ่านพงศาวดารเนี่ย ก็จะเจอมีแต่กฤษฎาภินิหาร ซึ่งกฤษฎาภินิหารก็เป็นคำอธิบายที่พยายามจะยกทำให้คนกลายเป็นสมมติเทพ กลายเป็นเทวราชานี่แหละครับ แต่ทีนี้ผมไม่ได้อ่านของไทยเราเล่มเดียว ผมเริ่มจากของไทย แล้วก็เริ่มไปอ่านของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เขมร พม่านี่ผมสนใจมาก มันทำให้ผมมองประวัติศาสตร์อีกแบบ ประวัติศาสตร์บางที…คำจริงกับคำโกหกมันอยู่บรรทัดเดียวกัน มันต้องมีเครื่องมือในการแยกแยะ

อะไรคือเครื่องมือเหล่านั้น

ก็จะเป็นพวกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เอามาเทียบเคียงกัน เช่นอย่างของเราพูด แล้วประเทศอื่นพูดแบบเดียวกันไหม เราก็ต้องไปค้นหาหลักฐาน ศึกษา แล้ววิเคราะห์ว่าเรื่องจริงคืออะไร ไม่มีใครรู้หรอก แต่มันสนุกตรงนี้แหละครับ

ตอนที่ทำงานที่กรมโบราณคดี รับผิดชอบเขตไหนบ้าง

ผมทำที่โบราณสถานในเขตสำนักงานโบราณคดีที่ 5  รับผิดชอบ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง บางทีก็จะออกสำรวจกับนักโบราณคดี ในฐานะที่เป็นนักวิชาการประวัติศาสตร์ แล้วก็เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับพวกภาชนะโบราณที่เขาขุดเจอว่าอยู่ในพุทธศตวรรษที่เท่าไหร่ ช่วงพุทธศตวรรษเท่านี้มันเกิดเหตุการณ์อะไร อยู่สมัยไหน ผมก็จะตีความให้ นั่นคือหน้าที่ผม

น่าสนใจนะ แล้วทำไมถึงไม่ได้ทำต่อ

หมดงบประมาณครับ เพราะงบประมาณตรงนี้มันมีแค่5เดือน พอหลังจากจะหมดงบประมาณ มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยสอนผมที่สุโขทัยวิทยาคม ก็มาติดต่อผมที่สำนักงานให้ไปสอนประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยม

สอนโรงเรียนตัวเองเนี่ยเหรอ

ใช่ครับ ไปสอนโรงเรียนตัวเอง ไปเป็นครูสอนวิชาประวัติศาสตร์ในโรงเรียน เป็นอาจารย์หมวดสังคม ผมก็ไปครับ ไปสอนตอนแรกก็โอเค เพราะว่ามันก็อยู่ในขอบข่ายงานที่เราชอบก็คือประวัติศาสตร์

ทั้งที่ไม่เคยเป็นครูมาก่อน

ผมไม่เคยเป็นครูมาก่อนก็จริง แต่ผมเรียนสายครูนะ มันช่วยได้ครับ ตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย เราก็จะเรียนจิตวิทยาการเป็นครู แนะแนว จิตวิทยาวัยรุ่น วิธีการสอนอะไรแบบนี้

ช่วงแรกที่ไปเป็นครูยากไหม

ไม่ยากครับ นี่พูดตรง ๆ เลย  ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าเราจะทำได้ไหม แต่ว่าพอไปจริง ๆ แล้วเนี่ยมันไม่ยากเลย มันเหมือนกับว่าเราไปค่อย ๆ เพิ่มความรู้ให้เขา เราไปสอนเขานี่ เขาไม่รู้ประวัติศาสตร์เลย เราก็เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ก่อน

แล้วเด็กสนใจเหรอ

เด็กไม่สนใจหรอกครับ เห็นหนังสือประวัติศาสตร์ก็หลับแล้ว แต่มันก็อยู่ที่วิธีการสอนเราครับ มันมีวิธีการสอนที่ทำให้เด็กไม่เบื่ออยู่

มีวิธีการสอนอย่างไร

ผมก็จะทำสื่อ มีภาพประกอบ เช่น มีภาพประกอบเรื่องสังคโลก “เธอรู้จักสิ่งนี้ไหม เธอรู้จักสังคโลกไหม” นักเรียนก็ตอบ “รู้จัก” “แล้วรู้ไหมเขาทำอย่างไร มาสมัยไหน เธอรู้ไหม” บางคนรู้ บางคนไม่รู้ ผมก็เริ่มเรื่องเลย สอนไปเลย เพราะยุคนั้นสื่อมันไม่ค่อยเยอะ เราก็ต้องทำสื่อขึ้นมาเอง

มันเป็นปมในใจเราด้วย เมื่อก่อนสมัยเราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ทั้งที่เราเป็นคนอยากเรียนมาก ตั้งใจรอวิชานี้มาก แต่พอถึงชั่วโมงประวัติศาสตร์ ครูกลับไม่สอน แล้วก็เอาแต่บอกว่าให้อ่านหน้านี้แล้วเขียนย่อสรุปใจความมา เราแบบ…ขนาดเรายังเบื่อ คนอื่นก็น่าจะเบื่อ

ผมก็จำฝังใจว่า ถ้าอยากจะให้เด็กรักวิชาประวัติศาสตร์ต้องไม่ทำแบบนี้ ต้องหาวิธี  วิธีการของผมก็คือหาภาพ ทำสื่อ เล่นเกม  อย่างทำสื่อเนี่ย ผมจะทำเป็นภาพ แล้วก็ถามนักเรียนก่อน ให้เด็กมีส่วนร่วม เหมือนที่ผมยกตัวอย่างเมื่อกี๊ ถ้าเป็นเกม ก็ทำบัตรคำมา จัดเป็นกลุ่ม กลุ่มนี้ก็คือสอนวิธีการทำสังคโลก กลุ่มนี้คือลงสี กลุ่มนี้คือความเป็นมา แล้วก็มาแข่งขันกัน กลุ่มไหนทำเสร็จก่อนชนะ แล้วก็เฉลย ก่อนที่จะมาเข้าเนื้อหา

นี่คือวิธีที่จะทำให้เด็กเกิดความรู้ มีความรู้และรู้สึกว่าวิชาประวัติศาสตร์ไม่น่าเบื่อ แล้วครูก็ได้สอนแต่ว่าถ้าทำแบบนี้มันจะใช้เวลาเยอะ คือหนึ่งชั่วโมงเล่นเกม อีกชั่วโมงหนึ่งอธิบายเนื้อหา พอเด็กสนใจ “เย้ หมดชั่วโมงแล้ว อาจารย์ เสียดาย ๆ” ผมก็บอกว่า “เอ้า เรารู้แล้วนะ ชั่วโมงหน้าเรามารู้ว่าสังคโลกมายังไง ใครเป็นคนนำเข้ามา” อะไรอย่างงี้ ก็เริ่มจากพ่อขุนรามฯ อธิบายไป

แบบนี้ทำให้เด็กเบื่อน้อยลง

เบื่อน้อยลงครับ เบื่อน่ะเบื่อแน่ แต่เบื่อน้อยลง  น้อยมาก แต่เด็กจะแทบตั้งตาเรียนวิชาของเรา พอช่วงหลัง ๆ สื่อยูทูปเริ่มเข้ามา ผมก็จะอัดคลิปจากยูทูป แล้วมาเปิดเลย เสียกรุงก็จะเอาละครเรื่อง “ฟ้าใหม่” มาสอน มันก็จะมีช่วงหนึ่งที่เขาตัดมา พม่าเผาราดกำแพงแบบนี้ เข้ามาในกรุงศรีฯ แบบนี้ มาเจอไส้ศึกเปิดประตูให้แบบนี้ คนไทยอย่าไปโทษพม่า คนไทยเนี่ยเป็นไส้ศึกกันเอง คนในเรานี่แหละ ก็ให้ข้อคิดไปด้วย เด็กมันดู มันก็ โอ้โห!  ความเกลียดพม่าจะลดลง เพราะเราไม่ได้สอนให้เกลียด เราสอนให้เด็กรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของการเสียกรุง แตกความสามัคคีใช่ไหม การไม่รักพวกรักพ้อง เห็นแก่ได้ใช่ไหม วิธีสอนเราจะเป็นแบบนี้

แล้วสิ่งที่สอนมันสอดคล้องกับนโยบายหลักสูตรเขาไหม

สอดคล้องครับ เพราะว่าผมเอาหลักสูตรมากางดูเลยว่าเขาอยากให้เป็นยังไง เช่นอยากให้เกิดจิตสำนึกรักในความเป็นชาติไทย ผมก็ตีความเลยว่าจะเอาอะไรมาสอน ผมกำหนดเนื้อหาตามหลักสูตร แต่เราจะสอนด้วยมุมมองแบบไหน วิธีไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันก็เกิดผลดีนะครับ ระหว่างที่ผมสอนอยู่ คะแนนโอเน็ตวิชาประวัติศาสตร์ของโรงเรียนผม หรือว่าวิชาสังคมสูงขึ้นจนถึงระดับประเทศนานสามปีติดต่อกันครับ ผมมีใบประกาศรับรองว่าเราสามารถทำให้โอเน็ตวิชาสังคมขึ้นสูงกว่าระดับประเทศ 5 คะแนนอยู่  นี่เป็นสิ่งที่บอกว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้อง

สอนชั้นอะไรบ้าง

ผมจะสอน ม.3 กับ ม.5 ถ้าเป็น ม.3ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ช่วงสมัยกรุงธนบุรี สมัยพระเจ้าตาก จนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์มาจนถึงปัจจุบัน ส่วน ม.5 เนี่ย ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ไทย เริ่มตั้งแต่คนไทยมาจากไหน จนถึงยุคปัจจุบันเลย

ในหลักสูตรของคุณ คนไทยมาจากไหน ใช่เทือกเขาอัลไตหรือเปล่า

เทือกเขาอัลไตไม่มีครับ ผมคัดค้านแนวคิดนี้นะ เพราะหลักฐานที่สอนมันเก่ามาก แต่ผมจะใช้ทฤษฎีหนึ่งคือทฤษฎีของคนไทยอยู่ทางตอนใต้ของจีน มณฑลเสฉวน ยูนนานเนี่ย เพราะมันมีกลุ่มคนพูดภาษาไทกะได

อ้าว แล้วตอนเด็ก ๆ ที่เราได้เรียนกันล่ะ

ผิดครับ มั่ว เทือกเขาอัลไตไม่มีใครอยู่ครับ ถ้าถามผม ผมเชื่อทฤษฎีว่าคนไทยมาจากทางตอนใต้ของจีนกับรัฐอัสสัม

หมายถึงสิบสองปันนา

ใช่ครับ ผมเคยดูสารคดีชิ้นหนึ่งของไทยพีบีเอส ในนั้นจะมีกลุ่มคนพูดภาษาไทกะได พูดแบบทางเหนือเลยนะครับ ผมเลยเอามาสอนเด็กว่าจริง ๆ แล้วไทยเราน่าจะมาจากตรงนี้ แล้วก็ค่อย ๆ อพยพลงมาเพราะเกิดสงครามกับจีนมั่ง มองโกลมั่ง ค่อย ๆ อพยพมาทางภาคเหนือในปัจจุบัน แต่เมื่อก่อนเรียกว่าอาณาจักรล้านนา ซึ่งเดิมตรงนั้นก็จะมีกลุ่มคนชาติพันธ์ต่าง ๆ อาทิ ลัวะ หรือละว้า เคยอยู่มาก่อน  มอญ ขอมก็จะมาตั้งถิ่นฐานด้วย เจอกับอินเดีย ทางใต้ก็มีกลุ่มชวาที่ดันขึ้นมา มันจะกลายเป็นสามเผ่าพันธุ์ มาเจอกัน มาผสมกัน ในดินแดนที่ปัจจุบันกลายเป็นไทย

ส่วนตัวผม ผมเข้าใจแบบนี้ผมก็อธิบายให้เด็กฟังแบบนี้ พวกเธออย่าไปคิดว่าเรามีไทยหรือสยามมาตั้งแต่แรก เพราะว่าจริง ๆ ที่นี่มีคนอยู่มาก่อนแล้ว คือละว้า มอญ ขอม แล้วอาจจะมาผสมกันก็ได้ เพราะถ้าดูรากของภาษาไทย ก็จะพบว่ามันมีรากศัพท์มาจากอินเดีย มอญ ขอม เหมือนกัน ผมก็สอนเด็กแบบนี้นะ

ซึ่งไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเรียนกันมา

ใช่ แต่ภายหลังผมมีโอกาสได้ไปช่วยร่างหลักสูตรที่กระทรวงฯ ด้วย

ไปทำได้ยังไง

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาลงพื้นที่สุโขทัย แล้วผมมีโอกาสได้ไปสอนสาธิตต่อหน้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ตอนนั้นไปสอนประวัติศาสตร์สุโขทัยในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยพอดี แล้วมีรัฐมนตรีมานั่งดู ผมก็สอนปกติ ด้วยวิธีของผม คือผมไม่ได้กดดันว่าคุณเป็นรัฐมนตรี ผมก็ให้เด็กได้เห็นของจริง เห็นโบราณสถาน แล้วก็สอนแบบสาธิต ให้เด็กได้เรียนรู้ รัฐมนตรีช่วยเขาก็ประทับใจ

พอสอนไปเสร็จปุ๊บ ก็จะมีจดหมายจากกระทรวงฯ มา ให้ผมไปช่วยร่างหลักสูตรประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ ผมก็ไป ตอนนั้นประมาณปี 2558 ผมก็ไปทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ ที่เขาดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว ผมก็ไป ห้าวันแรกผมลงพื้นที่กับเขา อีกสามวันถัดมาก็จะเชิญศึกษานิเทศน์จากทั่วประเทศมาอบรมกับเรา แล้วก็เชิญครูสอนประวัติศาสตร์มาด้วยคนหนึ่ง มาเป็นคณะทำงาน เราก็เอาวิธีการสอน หลักสูตรไปอธิบายให้เขาฟัง แล้วก็ทำเป็นหนังสือให้เด็กได้เรียน

ดูเหมือนจะไปได้ดี ในงานวิชาการด้านประวัติศาสตร์

ใช่ครับ อย่างน้อยผมก็ภูมิใจ ในช่วงชีวิตหนึ่งมีโอกาสได้ทำอย่างที่ผมตั้งใจเต็มที่

แม้ว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอยู่ดี

ใช่

เป็นครูสอนประวัติศาสตร์อยู่กี่ปี

ตั้งแต่ 2545 จนถึงปี 60 ประมาณ 15 ปี

ทำไมถึงหยุดอยู่แค่ที่ 15 ปี

หมดงบประมาณครับ ไม่เชิงหมดงบประมาณหรอก พอดีมีครูที่สอบบรรจุได้ที่ตำแหน่งเรา เราเป็นตำแหน่งพนักงานราชการ เป็นครูอัตราจ้าง แต่ตำแหน่งบรรจุมันมี คือเรามาสอนแทนก่อน แล้วตำแหน่งบรรจุจะมาสวมทับ

ทำไมถึงไม่ไปสอบบรรจุล่ะ

คือตัวผมเองมันเรื่อยเฉื่อยไป ไม่ได้สอบ ไม่ได้สนใจ คือเราอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว เพราะเงินเดือนมันขึ้น บังเอิญว่ามีคนมาสอบบรรจุแทนเรา มีคนติดแทนเรา เราก็เลยต้องออก เพราะมันเป็นกฎอยู่แล้ว

วันที่รู้ว่าไม่ได้สอนแล้ว เกิดอะไรขึ้น

เสียใจมากวันนั้นผมมาอบรมร่างหลักสูตรที่กรุงเทพฯ เนี่ยแหละ หัวหน้าหมวดเขาโทรมาบอกว่า “แชมป์ไม่ได้สอนแล้วนะ” ผมก็ถามว่า “เป็นเพราะอะไร” “มีคนบรรจุมาแทนแล้วนะ” ผมก็โวยวาย…(นิ่งไป)

ขอโทษที่ต้องถาม รู้สึกอย่างไรบ้าง

โมโห เคว้งคว้าง ไม่รู้จะไปทำอะไรเพราะเราอายุเยอะแล้ว และผมผูกพันกับงานสอนไงครับ ลูกศิษย์ผมน่ะ พอจบ ม.6 มา เขาไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อเลือกสาขาประวัติศาสตร์กัน อย่างน้อย 10-20 คนเลยนะ พวกรุ่นแรก ๆ ที่ผมสอนจบมาเป็นนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ก็เยอะอยู่

พูดได้ว่าที่เขาทำงานด้านประวัติศาสตร์เพราะเราสอนเขามา

เขาก็บอกผมเหมือนกันว่าผมชอบเรียนกับอาจารย์อะไรอย่างนี้ ในระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัย เขาก็เคยมาขอข้อมูลผมทางเฟซบุคบ่อย ๆ การทำให้เด็กรักประวัติศาสตร์จนกลายเป็นนักวิชาการประวัติศาสตร์ได้ มันน่าภูมิใจนะครับ แล้วอยู่ ๆ …

รู้สึกโกรธไหมที่มีคนมาแทน

ไม่โกรธครับ เพราะรู้ว่ามันเป็นกฎ

เพราะเราไม่ไปสอบบรรจุเอง

ใช่ เพราะเราไม่สนใจเอง ไม่ไขว่คว้าเอง ผมก็ไม่โทษโรงเรียนนะครับ ไม่โทษใคร โทษตัวผมเอง

เสียใจถึงขั้นไหน

เสียใจถึงขั้นว่ามันมีผลกระทบทุกอย่างเลย แม้กระทั่งครอบครัวเรา ทะเลาะกับแฟน คือเราไม่ได้เป็นครูแล้ว คราวนี้เราจะไปทำงานอะไร เขาก็เป็นห่วง

แฟนอยู่ที่สุโขทัยเหมือนกันใช่ไหม

ใช่ครับ แฟนผมทำรัฐวิสาหกิจครับ

มีลูกไหม

ลูกสองคนครับ

ก็แปลว่ามีภาระอยู่

ใช่ มีภาระทั้งเรื่องบ้าน เรื่องลูกเมีย อยู่ ๆ ก็ตกงาน จะไปทำอะไร สุดท้ายก็ทะเลาะกัน คือผมไม่ค่อยได้คุยกับแฟนนะช่วงนั้น

เขาโทษเราเหรอ

ตอนแรกเขาก็เป็นแบบนั้น กลัวว่าเราไปทำอะไรผิด

แล้วบอกว่ายังไง

ก็บอกว่าโรงเรียนเขาให้ออก เพราะมีคนมาบรรจุแทน ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามโรงเรียน  แล้วเขาก็ไปถามโรงเรียนจริง ๆ

แสดงว่ามันเกินจะเชื่อได้จริง ๆ

มันก็เครียด ช่วงนั้นผมเครียดมาก ตอนนั้นผมยังอยู่กรุงเทพฯ แล้วต้องเดินทางไป-กลับมหาลัยราชภัฏพิบูลสงครามน่ะ เพราะต้องไปเป็นวิทยากรให้กับคนที่มาสอบใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ผมต้องไปให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นผมก็เลยเฟลมาก แต่เราก็ต้องทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด แฟนก็ไม่ยอมคุยด้วย และเรามีภาระไง เรื่องลูก เรื่องบ้าน

เขาอาจจะโกรธว่าแล้วทำไมไม่ไปสอบบรรจุ

ประมาณนั้นแหละครับ ก็รอให้เขาใจเย็นลงหน่อย แล้วค่อยคุยกัน

กลายเป็นปัญหาครอบครัวเลยหรือเปล่า

ใช่ ถึงขั้นจะเลิกกันน่ะครับ หนักเลย ถ้าเขาเถียง ผมจะนิ่ง ผมก็บอกไปหมดแล้วว่าเพราะอะไร หลัง ๆ มาเขาก็เข้าใจ แต่ก็ยังโกรธ ผมก็เข้าใจเขานะ เพราะพอผมตกงานแล้วเนี่ย ภาระต่าง ๆ จะไปตกที่เขาอยู่ฝั่งเดียว ทั้งเลี้ยงลูก ทั้งส่งบ้าน เงินเดือนมีแค่คนเดียว

ตอนนั้นลูกอายุเท่าไหร่

คนโต 7 ขวบ คนเล็ก 3 ขวบ

กำลังกิน กำลังโต กำลังใช้เงินเลย

ครับ กำลังใช้เงิน พอหลังจากนั้นมา ผมก็บอกทางมหาลัยราชภัฎว่าผมไม่ได้เป็นครูแล้วนะ มีงานอะไรก็บอกผมได้ จะจ้างผมไหม อะไรแบบนี้

แล้วก็หยุดการทำงานครูเลย

ต้องหยุดไปเลยครับ ไม่ไปโรงเรียนเลย แล้วก็ไปทำเรื่องลาออกที่โรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 12 มิถุนายน ปี 2560 ผมจำได้แม่นยำเลย

เช้าวันแรกที่ไม่ได้เป็นครูแล้ว ตื่นมาไม่ได้ไปโรงเรียนมันเป็นยังไง แฟนคุยด้วยหรือยังวันนั้น

ยังครับ มีแต่เพื่อนร่วมงาน อาจารย์ในหมวดโทรมาบอกว่า “พี่แชมป์ไม่เป็นไรนะ พี่เก่ง ต้องมีคนเห็นคุณค่าพี่แหละ” อะไรแบบนี้ แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีอาจารย์ในหมวดโทรมาอยู่ก็เสียใจครับ แล้วก็รู้สึกลอยเท้งเต้งน่ะ เคว้งคว้าง เราจะไปทำอะไรวะ อายุอย่างเรา ตอนนั้นก็สามสิบปลายๆ จะสี่สิบแล้ว ถ้าไปสอบงานราชการที่อื่น อายุเกินเขาก็ไม่รับ

ไปสอบเป็นครูอีกครั้งได้ไหม

ได้ครับ จะสอบก็สอบได้

เพราะอะไรถึงไม่สอบ

ก็…มันเหมือนเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันช้ำใจ คือผมทำลงไปมากเลยนะ กีฬาผมก็ทำ ได้ถึงระดับประเทศ

ทำกีฬาคืออะไร

คาราเต้ เทควันโด ลืมบอกว่าผมเป็นโค้ชเทควันโด คาราเต้ด้วย ผมทำจริงจังครับ ไม่ได้ทำเล่น ๆ ผมฝึกเด็กที่โรงเรียนไปแข่ง

เริ่มต้นเรียนอย่างไร เทควันโด้ คาราเต้เนี่ย

คืออย่างนี้ต้องเล่าย้อนไปหน่อยนึงว่าตอนอยู่มัธยมปลาย ผมเคยซื้อหนังสือกังฟู เทควันโดเล่มละ 50 บาทมาฝึกกับเพื่อน

ฝึกจากหนังสือได้จริงเหรอ ของแบบนี้

ได้จริง ๆ ครับ ผมดูหนังสือ เปิดหนังสือฝึกกับเพื่อน ๆ  แต่ว่ามันไม่เป็นระบบ หัดต่อยหมัด ต่อยไปโดนปาก อะไรแบบนี้

ฝึกเทควันโดคู่ขนานไปกับการศึกษาประวัติศาสตร์

ใช่ ก็ไปฝึกกันหลังวัดมหาธาตุนั่นแหละครับ เจ็บกลับบ้านทุกวัน พอไปอยู่มหาวิทยาลัย มันก็มีชมรมเทควันโด ผมก็ไปสมัครจนได้เป็นนักเทควันโดของมหา’ลัย

นึกว่าชอบประวัติศาสตร์อย่างเดียว

ไม่ครับ ชอบคาราเต้ ชอบกีฬาต่อสู้ด้วย

เพราะอะไร

ผมเห็นว่ามันเป็นกีฬาที่ท่วงท่าสวยงาม แล้วมันเป็นสุภาพบุรุษน่ะ เคยไปดูหนังเรื่อง “หวงเฟยหง” น่ะ ผมก็อยากมีลูกศิษย์เยอะ ๆ อย่างนั้นบ้าง ผมฝึกกังฟูด้วยตัวเองจนควงกระบองสองท่อนได้ ตอนนี้ก็ยังควงได้

ไม่หัก ไม่เจ็บเลยเหรอ

ไม่มีครับ ไม่มีโดนหัวเลย (หัวเราะ) ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ไปฝึกเทควันโด้ในมหาวิทยาลัย ที่ราชภัฎกำแพงเพชร จนเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยไปแข่ง ผลงานที่ภาคภูมิใจคือเมื่อปี 42 ผมได้รองแชมป์ประเทศไทยมา ได้เหรียญเงินนะ

ติดทีมชาติไหม

ไม่ติด ผมเอาแค่นั้นแหละครับ ก็ฝึกไปเรื่อย ๆ พอเราจบมาปุ๊บ ก็มาสอนในโรงเรียน เป็นชมรมเทควันโดที่สุโขทัยวิทยาลัย

เด็กเยอะไหม

โอ้โห เปิดไปตอนแรกนี่เด็ก 50-60 คนนะ (หัวเราะ) ผมก็สอนให้ตอนเย็น ก็คือตั้งแต่สี่โมงครึ่งถึงหนึ่งทุ่ม กลับบ้านตอนสามทุ่มทุกวันเพราะว่าต้องรอส่งเด็กกับผู้ปกครองให้หมดก่อน

สอนเทควันโดเด็กนี่เก็บตังค์ไหม

ไม่ครับ สอนฟรี

แล้วค่าอุปกรณ์ล่ะ

อุปกรณ์นี่ผมขอเงินจากทางโรงเรียน เขาให้มา ชุดนี่ให้เด็กซื้อเอง ค่าสอบสายให้เด็กจ่ายเองที่เหลือพวกค่าสอนฟรี อุปกรณ์ฟรี เบาะฟรี เบิกทางโรงเรียน โรงเรียนให้งบมาสองแสนไปทำชมรมเทควันโด ผมก็พาเด็กไปแข่ง ตอนแรกได้แชมป์ระดับภาคเหนือก่อน ลูกศิษย์เรานะได้แชมป์ภูมิภาค โหย…โรงเรียนดีใจ ไป ๆ มา ๆ ก็ไปแข่งระดับกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ได้มาหนึ่งเหรียญทองแดงให้จังหวัด ทีนี้จังหวัดอัดฉีด แต่อัดฉีดแต่นักกีฬานะ โค้ชยังไส้แห้งเหมือนเดิม (หัวเราะ)

แต่อย่างน้อยได้ทำให้เด็กมีความสุข ได้เป็นผู้ชนะ

ผมภูมิใจนะ หลังจากนั้นคาราเต้มันเริ่มเข้ามาถึงกีฬาเยาวชนแล้ว ผมก็เริ่มลดสายตัวเอง จากเทควันโด้สายดำ มาเรียนคาราเต้สายขาว สายขาวหมายถึงอเริ่มเรียน ผมก็ไปเริ่มล้างตัวเองใหม่ คือไปเรียนระบบคาราเต้กับอาจารย์ญี่ปุ่น ใช้ระยะเวลาประมาณสองปีก็ได้สายดำ ได้คาราเต้อีกสายหนึ่ง ในระหว่างเรียนผมก็สอนคาราเต้ให้กับเด็กที่โรงเรียนด้วย

ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลา 15 ปีที่เป็นครู

ใช่ 15 ปีที่ผมเป็นครูอยู่ เด็กผมได้เป็นนักกีฬาคาราเต้ติดทีมชาติ

ทำเด็กเทควันโด้ได้แชมป์ ทำเด็กคาราเต้ได้เป็นทีมชาติ

ใช่ ได้เหรียญเงินซีเกมส์

เป็นทั้งครูสอนประวัติศาสตร์ ทั้งสร้างกิจกรรม ทั้งสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ไปจนถึงขั้นปั้นนักกีฬาติดทีมชาติ

ครับ แต่พอผมตกงานมา สิ่งพวกนี้มันหายไปหมดเลย กกท.(การกีฬาแห่งประเทศไทย) ประจำจังหวัด ก็เงียบไป ไม่มีงานให้เรา แล้วทางโรงเรียนก็ไม่ได้เห็นเราตรงนี้ เหมือนที่ผมบอก มันเลยทำให้เราเฮิร์ทมาก

รู้สึกว่าด้อยค่า

ครับ คืออดคิดไม่ได้ว่านี่เราทำเพื่อใครวะ แต่สิ่งที่ผมภูมิใจคือเราส่งลูกศิษย์ถึงฝั่ง ไประดับประเทศแล้ว

แต่ว่าเวลาคนเรามันอ่อนแอน่ะ มันก็จะกลับมาคิดว่าแล้วเราล่ะ

ใช่ ถูกครับ คิดแบบนั้น จะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ช่าง แต่ก็จะมีฉุกคิดอยู่

แฟนก็ไม่คุยด้วย

ไม่คุยด้วย แต่ไม่ได้เลิกครับ ยังอยู่ด้วยกัน สิ่งที่เป็นกาวประสานใจเราไว้คือลูก โชคดีที่ผมมีเพื่อนอยู่กลุ่มนึง ที่ไม่ว่าผมตกงานยังไงเขาก็คอยช่วยเหลือ คอยให้คำปรึกษาตลอด

กลับมาตอนที่ตกงาน ตอนนั้นวางแผนชีวิตต่อไปว่ายังไง

ผมนึกอะไรไม่ออกเลยครับ ผมนึกอย่างเดียวว่าต้องหางานทำ ให้ผมมีเงินเดือนเพื่อจะมาซัพพอร์ตครอบครัวให้ได้

มีเงินเก็บไหม

มีที่แฟนครับ เงินเดือนผมให้แฟนหมด ก็มีแต่ไม่พอเริ่มทำธุรกิจอะไรได้ ต้องหางานทำอย่างเดียวเลย ตอนนั้นก็ไปสมัครนายหน้าขายประกันชีวิต ทำได้สองเดือนก็เลิก เพราะว่าเราไม่เหมาะกับการขาย เราพูดไม่เป็นน่ะครับ

มีลูกค้าไหม

มีอยู่คนเดียวครับ แต่พอแบ่งผลกำไรมา มันได้น้อยครับ เราขายไม่เก่ง คือถ้าขายได้ เราถึงได้เงินไงครับ ได้เปอร์เซ็นต์ แต่เราขายไม่เก่ง

มันใช้ทักษะคนละอย่างกับที่เรามี

ใช่ครับ ผมพูดแบบนั้นไม่ได้ โน้มน้าวที่จะขายแบบนั้นไม่ค่อยเป็น อธิบายสิ่งต่าง ๆ น่ะได้ แต่โน้มน้าวไม่ได้

แล้วทำอะไรต่อ

พอหลังจากนั้นก็ไปสมัครเป็น รปภ.ของทหารผ่านศึกที่พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวรน่ะครับ แล้วเขาส่งผมไปเป็น รปภ.ที่ ศาลปกครองพิษณุโลก

ทำไมตอนนั้นถึงคิดจะไปเป็น รปภ.

อายุเราเยอะ งานราชการเขาก็คงไม่รับ งานบริษัทเอกชนก็ไม่มีให้ทำ หรือเปิดรับน้อย มันไม่ค่อยรับ แล้วมันมีเกณฑ์อายุด้วย เราแก่ไป

ขอโทษนะ พอไปเป็น รปภ. แล้วมีปัญหาอะไรกับที่บ้านบ้างไหม

มีครับ มีปัญหากับครอบครัวเลยทันที่ จากที่เป็นครู มีเกียรติ สูงส่ง มาเป็นยาม แต่ตัวผมน่ะไม่คิดเรื่องนั้นนะ ผมคิดแค่ว่างานอะไรก็ได้ที่สุจริตทำหมด ตอนนั้นขอให้มีรายได้

แต่ว่า…ใครที่มีปัญหา

แฟนครับ แฟนเขาจะบอกว่าอย่ามาเดินใกล้ฉันนะอะไรอย่างนี้ เราเป็น รปภ. แต่ว่าพอเรามีเงินไปให้แฟน แฟนเขาก็จะเริ่มดีขึ้น จริง ๆ อาชีพนี้มันทำให้รายได้พอได้นะ แต่แฟนผมเขาจะชอบโมโหก่อน ไม่ฟังเหตุผลไว้ก่อน

เสียใจไหม ขอถามตรง ๆ

โอ้โห มาก… (นิ่งคิดนาน) …แบบว่าเราเหนื่อยเนอะ เราต้องการกำลังใจแต่พอไปคุยกับแฟน แฟนไม่คุย แฟนด่า แฟนบอกว่าอย่ามาเดินใกล้ ใจเราหล่นวูบเลยนะ เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีสามีเป็นยาม (นิ่ง หยุดคิด) ตอนนั้นเวลาผมเลิกเวร ผมไม่ใส่ชุด รปภ. ครับ เอาเสื้อ รปภ.ออกก็ใส่เสื้อแขนยาวขี่มอเตอร์ไซค์จากศาลปกครองกลับบ้านประมาณ 30 กิโลเมตร ผมเลยต้องเปลี่ยนชุด ใส่ครึ่งท่อนมันจะเหมือนทหารไง เพราะเครื่องแบบ รปภ. สีเขียว ก็เลยใส่ครึ่งท่อนขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน กลัวคนแถวบ้านจะรู้ว่าเราทำงานอะไร ตัวเราไม่คิดครับ งานอะไรก็ได้ขอให้มันมีรายได้ แต่แฟนผมเขาคิดมาก

วันนั้น…ก็คงเสียใจ

เสียใจ เจ็บ… (นิ่งคิดนาน) … ทำไมคิดตรงข้ามกับเราวะ มันได้เงินเหมือนกัน เราไม่ได้ไปขโมยใคร ก็ได้เงินตกประมาณเดือนละหมื่นสี่นะ ไม่เลวเลย แต่ก็ต้องเลิกไป

ทำไมถึงเลิก

มันเกิดอุบัติเหตุคืนหนึ่งระหว่างที่ผมขี่รถกลับบ้าน มีรถยูเทิร์นมาตัดหน้าผม ผมก็ชน ปรากฏว่าเส้นเอ็นที่หัวเข่าขาดไปสองเส้น ไขว้หน้า ไขว้หลัง ก็ต้องไปผ่าตัดต่อเส้นเอ็น ก็เลยต้องเลิกเป็น รปภ.

ทำ รปภ. อยู่กี่เดือน

ทำอยู่ประมาณ 3-4 เดือนครับ

ตกงานอีก

ใช่ แล้วก็มีรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาให้ผมไปช่วยสอนเทควันโดให้

เดี๋ยวก่อน แล้วสอนได้เหรอ

ผมเตะอีกขาหนึ่งครับ แต่ว่าขานี้ผมก็เอาไม้ค้ำยันไว้ (หัวเราะ) ก่อนจะผ่าตัดน่ะนะ

สอนทั้ง ๆ ที่มีไม้ค้ำอยู่

ใช่ครับ ผมเตะขานี้ขาเดียว ก็สอนเด็กอยู่พักหนึ่ง แต่ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจ มันอยู่ไม่ได้ครับ ค่าเช่าสถานที่สี่พัน เด็กมาเรียนหกคน คนละพัน เป็นหกพัน ค่าเช่าสถานที่ไปแล้วสี่พัน เราได้สองพัน ก็อยู่ไม่ได้ สอนได้สองเดือน ผมก็ต้องหยุด

หยุดแล้วผมก็ไปหางานใหม่ เป็นพนักงานเซเว่นฯ ชีวิตผมลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตลอดหลังจากไม่ได้เป็นครู ก็ไปเป็นพนักงานเซเว่นฯ กะกลางคืน ผมไปสมัครเซเว่นฯ สาขาหนึ่งที่พิษณุโลก เขาไม่จำกัดอายุ แล้ววุฒิปริญญาตรีสมัครได้ ผมก็ไปสมัครเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้าน ก็จะอยู่กะกลางคืนตลอด ก็ขี่รถไป-กลับบ้านประมาณ 30 กิโลเมตรครับ

ไม่กลัวเกิดอุบัติเหตุอีกเหรอ

มีครับ ผมลงข้างทางสองครั้ง หลับในทั้งสองครั้ง ไม่ได้เมานะครับ แต่เหนื่อย งานเซเว่นฯ เนี่ย มันต้องเติมของตลอด เราต้องอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตลอด คอยคิดเงิน แล้วผมไม่ได้นอนเลยทั้งคืน กลางวันผมเลี้ยงลูก กลางคืนผมไปทำงาน

ลูกยังไม่เข้าโรงเรียนเหรอ

ลูกคนเล็กเพิ่งเข้าโรงเรียนอนุบาล แต่ว่าบ่ายสองต้องไปรับ แล้วก็เลี้ยง เย็นไปทำงาน นอนไม่พอก็เลยลงข้างทางไปสองรอบ มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นไร แต่ผมนี่เย็บเจ็ดเข็ม แต่ว่าโชคดีที่ผมมีประกันสังคมกับ พรบ. ผมก็ไปนอนโรงพยาบาลอยู่หนึ่งคืน ขนาดไปโรงพยาบาลแฟนยังไม่ไปดูเลย ผมก็เข้าใจว่าเขาคงดูลูก มันอาจจะไม่สะดวก

แล้วเป็นพนักงานเซเว่นฯ แฟนรับได้ไหม

แฟนเขาก็เห็นด้วยนะ แต่ว่าเรามันไม่ไหว ร่างกายเราไม่ได้นอน เป็น รปภ. มันยังได้งีบนะ (หัวเราะ) พอหลังจากนั้นมา ไม่ได้ไปทำงานเซเว่นฯ อีกเลย แล้วก็ลาออก มาเป็น รปภ. โรงแรมอีก แต่สวัสดิการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เงินเดือนก็น้อย แถมมาหักค่าข้าวเรา ค่าข้าวที่กินตอนเย็นกับตอนดึกที่โรงแรมครับ ไม่ได้เป็นสวัสดิการให้พนักงาน ก็มาหักเรา แล้วผมทำได้ประมาณสามหรือสี่เดือน แฟนถามว่า “ไปเกาหลีไหม

ไปทำไม

ทำงานครับ ไปเป็นผีน้อย ลักลอบทำงานแบบผิดกฎหมาย

ทั้ง ๆ ที่มันเสี่ยงมากเลยนะ

เสี่ยงสิครับ อาจจะเสี่ยงถึงขั้นตาย ผมรู้ แต่ผมก็ไป

มันไม่มีทางเลือกใช่ไหม

ใช่ครับ ครอบครัวเป็นหลัก ยังไงต้องไป ได้เงินเยอะนะผมรู้ แต่มันเสี่ยง ใช่ เพื่อนผมน่ะไอ้กลุ่มเดิมสี่คนนั่นแหละ มันก็เตือน “มึงจะไปจริง ๆ เหรอ? กูห้ามมึงไม่ได้ละ มึงซื้อยาไปเยอะๆ เพราะมึงจะป่วยไม่ได้ มึงเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ รู้หรือเปล่า” เพราะมันไม่รับประกันสุขภาพ ผมไปแบบที่ไม่มีใครรับรอง แต่ผมตัดสินใจไปวันนั้นเลย

ไปเกาหลี

ผมไปถึงเกาหลี (ใต้) แล้วนะ ไปถึงแต่ไม่ผ่านตรวจคนเข้าเมือง เพราะเราไม่มีใบรับรอง ไม่มีเอกสารทางการเงิน ไม่มีอะไรเลยเขาเลยส่งกลับ แต่ดีที่ว่าเขากักเราไว้แค่วันเดียว แต่วันเดียวนั่นก็เหมือนกับนรกเลยนะ คือกินน้ำไม่ได้ กินอะไรไม่ได้ มันห้ามออกจากห้องเลย ในห้องเป็นห้องแอร์ฯ แล้วก็มีทีวีเครื่องหนึ่ง ซึ่งอยู่ในนั้นมีคนไทยประมาณ 60-70 คน ไม่มีอะไรกิน น้ำก็ไม่มี รอส่งกลับเหมือนกัน

ทั้งหมดนี้มารอเป็นผีน้อยเหมือนกัน

ใช่ มีแต่คนอีสานเป็นส่วนใหญ่

รู้สึกอย่างไรกับชีวิตตัวเองตอนนั้น

ผมแบบ…มาทำไรตรงนี้วะเนี่ย คือมันเสี่ยงมากเลยนะ (หยุดคิดนาน) … ตกลงแฟนมันรักกูจริงหรือเปล่าวะ อดคิดไม่ได้นะ

แล้วกลับมาถึงไทยทำยังไงต่อ

พอถึงสุวรรณภูมิ ผมก็ติดต่อนายหน้า แต่ติดต่อไม่ได้ สรุปคือผมโดนโกง ค่านายหน้าห้าหมื่น แล้วก็ค่าไปแลกเงินอีกหมื่นห้า วันนั้นผมถึงเมืองไทยมีเงินติดตัวอยู่ 20 บาท

ก่อนหน้านั้นไปติดต่อนายหน้ายังไง

แฟนติดต่อให้เสร็จเลย ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมมีหน้าที่ก็คือไปอย่างเดียว พอไปถึงแล้วถ้าผ่าน ไปติดต่ออีกคนหนึ่ง เพราะผมเห็นว่าถ้าไปถูกกฎหมายเนี่ยมันมีสวัสดิการเยอะ มันมีอะไร แต่อันนี้มันไม่ถูก เราไม่มีทางเลือกครับ เพราะทำงานแถวบ้านมันเงินน้อย ตลาดงานก็ไม่รับอายุเท่าเรา แล้วพอรับอายุเท่าเรา เราก็ทำไม่ไหว เราแทบไม่เหลือทางเลือกนะ ผมน่ะตอนนั้นก็เสียใจเหมือนกัน แต่ถ้ารอดเข้าเมืองเขาได้เนี่ย ผมก็ติดต่อใครไม่ได้อีกเหมือนกัน สรุปว่ากลับมาเหลือตังค์อยู่ 20 บาท

แล้วไปเอาเงินคืนก็ไม่ได้

ไม่ได้ มันหายไปแล้ว ผมโทรหาเพื่อน เพื่อนถามว่า “เฮ้ย เป็นไงบ้าง” ก็บอก “มึงมารับกูสุวรรณภูมิหน่อยได้ไหม” เพื่อนผมทำงานอยู่กรุงเทพ อยู่รัชดาลัย เธียเตอร์ มันก็นั่งแอร์พอร์ตลิ้งค์มาหาผมเลย พาผมไปกินข้าว มันก็เลยถามว่า “มึงอยากทำงานที่กรุงเทพไหม” – “เออกูทำ” ผมทำหมดแหละ รปภ.ก็ทำ มันเลยฝากงานให้ เป็นรปภ. ที่บริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้ๆ รัชดาลัย เป็นหัวหน้า รปภ. ครับ เราก็ไปเฝ้าสำนักงานให้เขา พอเรามีวุฒิ ก็จะได้เงินเยอะหน่อย พอเราได้งานทำที่กรุงเทพฯ ก็อยู่กรุงเทพมา 3-4 เดือนแล้ว จนถึงตอนนี้

แสดงว่ากลับจากเกาหลี ก็ยังไม่กลับบ้าน

ช่วงนั้นยังไม่ได้กลับครับ มาทำงานต่อ เป็น รปภ. แฟนก็ยังเงียบอยู่ เพราะเราถูกโกง เขาก็เลยโมโห แต่ผมบอกเพื่อนอีกคนนึงที่เป็นนายทหาร บอกว่า “เฮ้ย มึงช่วยทวงเงินให้กูหน่อย บริษัทนั้นมันโกงกูไปเท่านั้นเท่านี้” มันก็เลยใช้ความเป็นนายทหารโทรไปบริษัท ได้เงินคืนมาประมาณหมื่นห้า

ขาดทุนอยู่

ขาดทุนอยู่สามหมื่นกว่า ผมก็โอนคืนแฟนไปเลยหมื่นห้า คือเราได้เงินเท่าไหร่ เราให้แฟนหมด เขาโกรธที่เราเอาเงินคืนมาไม่ได้ แล้วผมก็กลับมาเป็น รปภ. ด้วย ตอนนั้นก็พยายามติดต่อแฟน ก็อยากคุยกับลูก แต่ก็ไม่ค่อยได้คุย

ทำไมแฟนไม่ให้คุยกับลูก

เขาก็คงโมโห แต่เขาไม่บอกเหตุผลนะ ผมคิดว่าเขาคงโมโห โดนโกงเงินด้วย ทำอาชีพแบบนี้ด้วย

เคยอธิบายจริง ๆ จังๆ ไหม

เคย ผมก็บอกว่างานมันก็ไม่ใช่ขี้เหร่ ก็ทำไปก่อน ถ้าดีแล้วค่อยขยับขยาย สุดท้ายมันก็เงินเหมือนกัน ผมควงกะนะ วันละ 510 บาท วันนี้ผมเข้ากลางวัน แล้วผมก็เข้ากลางคืน ผมควงวันเว้นวันน่ะ 15 วันผมได้ 9,500 ทำเดิอนนึงเท่ากับสามหมื่นกว่าก็เยอะนะ

แต่งาน รปภ. ยังเป็นงานที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในสายตาแฟน                                                                                                                     

แต่ได้เงินมาผมก็ส่งให้เขา หลังจากนั้นสี่เดือน เพื่อนบอกว่ามีงานที่ ลิโด้ คอนเนคท์ ก็เลยมาสมัคร เป็นฝ่ายสถานที่ครับ ก็มาดูแลเกี่ยวกับฝ่ายสถานที่ แม่บ้าน รปภ.ดูแลเกี่ยวกับความเรียบร้อยภายในอาคารสถานที่ แล้วก็เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง อย่างร้านค้าติดขัดอะไร น้ำไม่ไหล ไฟดับ แก้ปัญหาได้ครับ มีแม่บ้าน มีช่าง มียามที่เราดูแลอยู่

งานหนักไหม

ไม่ครับ สำหรับผมไม่หนักนะ เพราะตอนเป็นครู ผมเคยทำงานฝ่ายอาคารมาก่อน พอเป็นครูผมรับผิดชอบฝ่ายอาคาร จราจรโรงเรียน ฝ่ายปกครอง ยังพอมีความสามารถ มีทักษะทางด้านนี้

ที่ลิโด้นี่แฟนรับได้หรือยัง

โอเคแล้ว มันก็เป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งเลยนะ แล้วผมก็เป็นหัวหน้า ไม่ได้อยู่ในชุดที่แฟนไม่ชอบ สถานการณ์ครอบครัวดีขึ้น ได้กลับบ้านทุกเดือนครับ

กลับไปครั้งแรกเป็นอย่างไร

กลับไปครั้งแรกผมต้องอยู่บ้านเพื่อนก่อน

ทำไม

ประเมินสถานการณ์ก่อน (หัวเราะ)

แล้วแฟนไม่รู้เหรอว่ากลับ

รู้ครับ ผมไลน์บอก “วันนี้จะกลับนะ” แต่แฟนอ่านอย่างเดียวนะแต่ไม่ตอบ ผมก็เลยบอกเพื่อน “กูไปนอนบ้านมึงก่อนนะ” เพื่อนบอก “เออ เดี๋ยวกูพาไปบ้านมึง” บ้านผมห่างจากบ้านเพื่อนประมาณ 15 กิโลเมตร เพื่อนก็บอก “เฮ้ย แฟนไม่อยู่บ้าน แฟนมึงหนีมึงไปไหน” ผมก็ใจเสียแล้ว แต่เพื่อนอีกคนไปสืบมาให้ “แฟนมึงมากินข้าวที่ร้านนี้ มึงไปเลย” ผมก็บอกว่า “ยังไม่เอาดีกว่าว่ะ กูนอนบ้านมึงก่อน เดี๋ยวตอนเย็นค่อยเข้าบ้าน” แต่แฟนรู้แหละ แล้วตอนเย็นเพื่อนก็พาไปส่งที่บ้านอีกรอบ ก็ได้เจอหน้าลูก

ไม่ได้เจอหน้าลูกนานแค่ไหน

สี่เดือน เจ็บน่ะ (น้ำตาไหล)

แล้วแฟนว่ายังไงบ้าง

เดือนแรกผมคุยกับลูกอย่างเดียว เขาไม่ยอมพูดด้วย พอบอกเขาจะกลับ ผมก็ซื้อของเล่นไปให้ลูกนะ ลูกก็ดีใจ วิ่งเข้ามากอด ก่อนกลับเขาก็บอกกลับมาก็เซ็นใบหย่านะ ผมบอกผมไม่หย่า ผมไม่ผิดอะไร

แล้วตอนนี้เขายังจะขอหย่าอีกหรือเปล่า

ไม่แล้วครับ แต่เขาบอกว่าลูกคิดถึงผมมาก อยากคุย ก็เลยบอกเขาว่าเห็นแก่ลูกเถอะ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรทำเหมือนกับว่าก็คุยกันปกติ แต่ว่าผมก็โอเคนะ เป็นแฟนกัน ก็เป็นห่วงกัน ยังรักกันเหมือนเดิม หลังจากที่ผมกลับไปครั้งแรก สถานการณ์มันดีขึ้น

เขารับได้ในสิ่งที่เราเป็นแล้ว

รับได้ในสิ่งที่เราเป็นมากขึ้น

อนาคตมันไม่แน่ไม่นอน ถ้าเกิดว่าเราตกงานอีก แล้วเราก็ไม่มีทางเลือกอีก แล้วถ้าเกิดว่าเราต้องกลับไปเป็นในสิ่งที่แฟนไม่อยากให้เราเป็น มันก็เป็นวงจรเดิมไหม

ผมว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันต้องคุยกัน เพราะว่ามันไม่แน่นอนเนอะ สภาพเศรษฐกิจอย่างงี้ ผมเข้าใจนะ ผมเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา ผมจะไม่ประมาทในชีวิตอีกแล้ว คือตอนเป็นครูเนี่ย เราประมาทในชีวิตมากเกินไป แบบว่ากูใช้ชีวิตวันนี้ มีความสุขวันนี้ ก็จบแล้ว นั่นคือเมื่อก่อน แต่ด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านมาของผม มันหนักพอสมควรนะ มันทำให้ผมวางแผน หรือว่าคิดอะไรล่วงหน้า อย่างความไม่แน่นอนอย่างงี้ได้มากขึ้น แต่ก็ต้องคุยกัน

ถ้าแฟนยังยืนยันจะหย่าอีก

ถ้าเป็นอย่างงี้ก็ต้องคุยกันน่ะครับ ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง เพราะเราคุยกันแล้วก็ต้องเข้าใจแล้วสิ  

แปลว่าตอนนี้สภาพเศรษฐกิจก็โอเคขึ้น

ก็ยังไปได้ครับ การงานแฟนผมก็ยังมั่นคงอยู่ สภาพสังคมต่างจังหวัดก็แบบนั้นน่ะครับ ถ้ารับราชการหรือรัฐวิสาหกิจมันก็ดี แต่ผมเป็นคนไม่คิดเรื่องนี้นะ ผมขอแค่งานที่สุจริต เลี้ยงครอบครัวได้ ได้มาก ได้น้อยผมก็ส่งไปให้

แล้วทุกวันนี้พอใช้ไหม

พูดตรง ๆ บางทีมันก็ไม่พอใช้ เราเหลือในตัวบางทีพัน-สองพันก็ต้องอยู่ให้ได้ มาม่าคือปัจจัยหลัก (หัวเราะ)

กินมาม่าอย่างเดียว

ใช่ครับ บางทีผมก็กินกาแฟ แต่บางทีเลือกกินตอนเช้า เวลาสำคัญมาก ผมจะเลือกกินช่วงสิบโมง สิบเอ็ดโมง เพราะมันคือมื้อเช้าบวกมื้อกลางวัน

ความสุขตอนนี้คืออะไร

ตอนนี้เหรอครับ ก็คือครอบครัว เหมือนกับกลับมาแฮปปี้อีกรอบหนึ่ง

เกือบลืมถามเรื่องเพจ ‘เกร็ดประวัติศาสตร์’ สร้างขึ้นเมื่อไหร่

ประมาณปี 2554 ตอนนั้นยังเป็นครูอยู่ จุดประสงค์คืออยากจะเผยแพร่เนื้อหาด้วย อยากให้เด็กได้มาอ่าน ให้เด็กมาเรียนรู้ ตอนแรกผมก็ให้ลูกศิษย์เข้ามาอ่านก่อน เพราะมันมีเกร็ดอะไรอยู่ในนั้น ผมก็จะโพสต์ไปเพราะว่าใน เวลาเรียนอาจจะไม่พอ จะได้มาศึกษาในนี้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ใครชอบก็เข้ามา ต่อมาก็กดไลค์กดแชร์กันไปเรื่อย ๆ

ไปเอาข้อมูลมาเขียนจากที่ไหน

ผมเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ ผมก็จะเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากในหนังสือมาเขียน บางทีเราจำได้ บางทีเราก็อ่านหนังสือบ้าง ก็มีบ้าง หรือถ้าเราจะเอาจากเว็บเพจอื่นหรืออ่านหนังสือเนี่ย ผมก็จะให้เครดิต แต่ถ้าเป็นความจำผม ผมก็จะเขียนไปเลย ผมอาศัยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ผมเคยอ่านมา อ้างอิงได้ครับ

ขอบเขตเนื้อหาของเพจเกร็ดประวัติศาสตร์เน้นประวัติศาสตร์ไทยเป็นหลัก

ไทยเป็นหลัก มันไม่จำกัดครับ เท่าที่ค้นหาได้ อย่างสมัยถ้าเป็นล้านนา เชียงแสนก็จะเป็นตำนานซะเยอะ เป็นปรัมปราเยอะ ผมก็จะอ้างอิงว่ามาจากตำนานนี้ มันจะไม่ค่อยมีทางล้านนา เพราะมันเป็นตำราซะเยอะ มันก็จะเป็นกระแสหลักแต่ฉีกออกมา

มีความสุขไหม

มันก็ทดแทนความเป็นครูได้ครับ เพราะว่าเราเอาความรู้ของเราไปเผยแพร่ให้สาธารณชน ไม่ใช่แค่เด็ก 50คนแล้วนะ แล้วมันจะมีความสุขมากนะ ที่ทำให้เขารู้ โดยไม่ได้หวังเรื่องผลตอบแทน

เคยได้เงินไหมครับ

ไม่ได้เลยครับ

ได้อะไรตอบแทนมาบ้าง นอกจากความสุข

คำขอบคุณ ที่สมาชิกบางส่วนเขาก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ เหมือนกับไปเปิดโลกให้เขา

สุดท้ายเราก็ยังมีจิตวิญญาณของความเป็นครู

ครับ มันขาดไม่ได้ มันเหมือนกับว่าอยู่ในสายเลือด

จะทำอะไรกับมันต่อหรือเปล่า

ผมอยากจะไลฟ์สดในยูทูปด้วยนะ แต่ว่าเราต้องพาเขาไปสถานที่นั้น ๆ ด้วย วันหยุดผมอาจจะพาไปวัดพระแก้ว หัวลำโพง แถว ๆ จุฬาฯ เขตพระนคร ผมอาจจะทำแบบนั้นต่อในอนาคต แต่ขอศึกษาก่อนครับ

แฟนทราบไหมเรื่องนี้ ว่าไหม

ไม่ว่า ไม่มีอะไรให้ว่า แฟนผมก็มากดถูกใจด้วยนะ (ยิ้ม)

เขารู้ใช่ไหมว่านี่คือความสุขของเรา

รู้ครับ ขนาดพาไปอยุธยา ผมอธิบายเขา “คุณเอาไปพูดกับนักเรียนเถอะ

ปีนี้อายุ 40 แล้ว วางแผนอนาคตไว้ยังไง

คงจะทำงานอย่างเนี้ยไปเรื่อย ๆ เริ่มสนุกกับงาน เพราะมันเหมือนกับการเปิดโลกทัศน์อย่างนึง

แต่ว่างานที่ลิโด้ฯ มันค่อนข้างจะวัยรุ่นมาก ไม่มีปัญหาใช่ไหม

ไม่มีครับ เราปรับตัวได้ แล้วส่วนใหญ่ที่ผมรับผิดชอบคือฝ่ายอาคาร ก็ไม่มีอะไรมาก

คิดว่าชีวิตจะลำบากเหมือนอีก 5-6 ปีที่ผ่านมาอีกไหม

ผมคิดว่าผมคงไม่เป็นอย่างนั้นแล้วล่ะ เพราะว่าเหมือนกับเราพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เจ็บมาเยอะแล้ว หนักกว่านี้ก็คงทำอะไรเราไม่ได้แล้ว การสร้างกำลังใจด้วยตัวเองก็เคยมาแล้ว เฟซบุคผมเมื่อก่อนจะระบายมาก เพราะเราไม่สามารถพูดกับใครได้ เราสุขเราทุกข์ก็จะขึ้นคำคมตลอด สร้างกำลังใจให้ตัวเอง งานก็ทำไป ความชอบความรักในประวัติศาสตร์ก็คงทำไป

ไม่หยุด

ไม่หยุด ผมคงไม่หยุด ผมคงจะเผยแพร่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เพิ่มเติมคือยูทูป แต่เดี๋ยวขอผมศึกษาก่อน

Posted in: Uncategorized

Tagged as:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s