ขับเคลื่อนการงานด้วยเมทัลหนักหน่วง และชีวิตใช้ในท่วงทำนองบอสซาโนวา

เรื่องและรูป โดย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

พูดง่าย ๆ ก็คือเราจัดคอนเสิร์ตแบบ DIY ทุกกระบวนการ” – อศิกานต์ สุภาพไพบูลย์


ไม่ใช่คอเพลงเมทัล คุณไม่รู้จักเขาหรอก หรือต่อให้เป็นคอเมทัล ก็ใช่ว่าคุณจะรู้จักเขา

รู้จักหรือไม่-ก็ไม่เป็นไร แต่เขาชื่อ เชค-อศิกานต์ สุภาพไพบูลย์ อายุอานามไม่น้อย แต่เขายืนยันว่ายังเป็นคนหนุ่มอยู่ (เสมอ) แม้ความจริงบนหน้าท้องมันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าเริ่มระบายสุราเมรัยออกจากร่างกายได้ไม่เหมือนสมัยหนุ่ม ๆ อีกแล้ว แต่เขาก็ยังทำเป็นไม่ใส่ใจกับพุงพลุ้ย ๆ และยังใช้ชีวิตแบบร็อคแอนด์โรลต่อไปตามเดิม เพราะนั่นคือชีวิตของ อศิกานต์ มันอยู่ในเลือด อยู่ในเนื้อ

ใช่, ร็อค เมทัล บทเพลงหนักหน่วงคือลมหายใจ

ตรงกันข้ามกับรูปแบบชีวิตที่ไหลเอื่อย เนิบช้า ราวบทเพลงบอสซาโนวาของ อันโตนิโอ คาร์ลอส โจบิม

ชีวิตของอศิกานต์คือชีวิตที่รู้ว่าชอบอะไรและมีอะไร เมื่อรู้แล้วก็ทำไปตามนั้น

เขาทำงานในแวดวงธุรกิจเพลงต่างประเทศมาสองทศวรรษ อยู่เบื้องหลังบริษัทใหญ่ ๆ หรือก็หลายแห่ง แต่ความชอบคือเมทัล เขาจึงพาตัวเองไปใกล้ ๆ แล้วก็อยู่กับมันให้นาน จนวันนี้ อศิกานต์ กลายเป็นโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตเมทัลอินดี้คนสำคัญคนหนึ่งของวงการ คุณไม่ใช่คอเมทัลคุณไม่รู้จักเขาหรอก ต่อให้เป็น ก็ใช่ว่าจะรู้จัก เพราะเขาไม่ค่อยเปิดเผยตัว อาจเพราะมันเสียเวลากินเบียร์

แต่ความชอบอย่างเดียวเลี้ยงตัวเองไม่ได้ อศิกานต์ จึงทำธุรกิจอื่นควบคู่ไปด้วย เขาเปิดร้าน Area 23 ย่านถนนอิสรภาพ 23 ขายรองเท้าผ้าใบ และเสื้อผ้าแนวเททัลแบบที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านใหญ่ ๆ ในบ้านเรา และยังขายของเมอร์แชนไดส์วงดนตรีในแบบที่ชอบ อยู่ที่เพจ CD2Hands

อื่นใดนอกจากนี้ก็อาจมีอีก หากรู้ว่าเลี้ยงตัวไม่ได้ อศิกานต์ ก็จะทำ ไม่ได้มุ่งมั่นหรอก แค่หาทางทำอยู่ ทำไปเรื่อย ๆ …

ใช้ชีวิตเหมือนท่วงทำนองบอสซาโนวา แต่บนความชอบหนักหน่วงแบบเมทัล

ตอนนี้ งานที่ทำจริง ๆ คืออะไร

เปิดร้าน area 23 นี่แหละครับ แล้วก็รับจัดอีเวนต์ จัดคอนเสิร์ตสายทางเลือก พวกเมทัล สายโหดทั้งหลาย แล้วก็เป็น A&R (Artists and repertoire- ผู้ทำหน้าที่คัดสรรและดูแลศิลปิน- ผู้เชียน) ดูแลศิลปินของค่ายสนามหลวง แล้วก็ดูแลวง underground เล็ก ๆ วงหนึ่ง เวลาไปทัวร์ต่างประเทศบ้าง หลัก ๆ ก็อยู่ในแวดวงเมทัลนี่แหละ

อันไหนทำมาก่อนกันระหว่าง A&R หรือคนจัดคอนเสิร์ต

A&R ผมทั้งตั้งแต่สมัยทำงานแล้วครับ ทำควบคู่มาตั้งแต่ทำงานที่แรก คือค่ายเทปเพลงสากล Rock records แล้วมาต่อที่ MTV แล้วก็ You2Play แล้วก็เป็น KKbox ผมก็ทำ A&R ให้กับวงเมทัลเล็ก ๆ มาโดยตลอด

แต่สถานะตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์

ครับ เป็นฟรีแลนซ์  งานประจำงานสุดท้ายที่ทำคือที่ You2Play น่าจะ 3-4 ปีได้แล้วมั้ง

ทำไมถึงออก

คือเขาไม่ทำออนไลน์แล้ว มันเลยไม่มีตำแหน่ง Music Programmer แล้ว เขาก็ไปทำเว็บคอนเทนต์อะไรของเขาไป แต่พอไม่มีการจัดเนื้อหาเพลงแล้ว ก็เลยต้องออก

ตอนที่ออกจาก You2Play มานี่วางแผนชีวิตว่ายังไง

ตอนนั้นไม่ได้วางแผนอะไร แต่ก็อย่างที่บอกว่ามีงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนหนึ่งให้ทำ ไปช่วยซัพพอร์ตงานคอนเสิร์ตอะไรพวกนี้ ตอนนั้นก็อยู่ได้นะ ไม่หรูหรามากแต่ก็ไม่ได้เดือดร้อน พอมีเงินเก็บ มีเงินทำอะไรบ้าง

แล้ววางแผนจะทำร้านเลยหรือเปล่า

ยัง ยังไม่วางแผนเลย ตอนนั้น พอออกมาแป๊บหนึ่ง พี่ทัช (ปิโยรส หลักคำ– อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารเพลง Music Express-ผู้เขียน) ชวนไปทำ playlist ให้ KKbox ทำอยู่ปีกว่า เป็นงานฟรีแลนซ์ประจำนะ ทำอยู่บ้าน ได้เงินเดือนตาม playlist ไป แล้วก็มีงานจัดลิสต์เพลงที่ Masion 7 และร้านในเครือเพลินวานทั้งหมด ประมาณนี้

ก็พออยู่ได้

อยู่ได้

แล้วไปเริ่มเป็นโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตเมทัลเล็ก ๆ ตั้งแต่ตอนไหน

เริ่มทำคอนเสิร์ตแรกน่าจะช่วงที่ทำ MTV นี่แหละ ประมาณปี 2546-47 ประมาณนั้นแต่นั่นยังเป็นแค่การไปช่วยเขา แต่งานที่เราทำเองจริง ๆ จัดด้วยเงินตัวเองเป็นครั้งแรกก็คือปี 2012 ก็ 7 ปีที่แล้ว เป็นคอนเสิร์ตของวงเมทัลญี่ปุ่นชื่อ Crossfaith ตอนนั้นยังไม่ดังเลยนะ แต่ตอนนี้ดังมากแล้ว

แล้วทำไมถึงกล้าจัดคอนเสิร์ตด้วยตัวเอง

เราชอบดนตรีเมทัลอยู่แล้ว ชอบดนตรี ชอบเพลง ชอบวง ตอนนั้นมันมีเหตุผลอยู่สองข้อ คือหนึ่ง เราเองก็อยากดู สองคือ พอถามไป แม่งมาได้จริง ๆ เว้ย ถามไปเล่น ๆ แม่งมาได้ (หัวเราะ) ก็ต้องเอาแล้วล่ะ ตอนนั้นก็ขอแค่ว่า เราไม่ขาดทุนก็พอแล้ว ไม่ต้องกำไรก็ได้ ขอแค่ไม่เจ็บตัว เท่าทุนก็ยังดีวะ อย่างน้อยก็ยังมีอะไรทำ

หาอะไรทำด้วยเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ

(หัวเราะ) จริง ๆ ก็คิดว่าในอนาคตเราก็ยังอยากต่อยอดเรื่องจัดคอนเสิร์ตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไง ก็เลยลองดู เราเคยมีประสบการณ์ไปช่วยเขาจัดคอนเสิร์ตมาบ้าง ก่อนหน้านี้ผมก็เคยจัดคอนเสิร์ตไทยมาแล้ว ก็เก็บค่าบัตรร้อย-สองร้อย มันก็เป็นไปได้ในระดับหนึ่งนะ

แปลว่าความมั่นใจนี้ไม่ได้ไม่มีที่มา มันเริ่มจากการจัดคอนเสิร์ตไทยก่อน

ใช่ แล้วก็มีพี่ ๆ น้อง ๆ รู้จักกันในวงการเยอะไง ก็ชวนมาเล่นกัน

นอกจากชวนเล่น ๆ แล้วดันมาแล้วมีเหตุผลอีกไหมว่าทำไมถึงเลือกวงเมทัลญี่ปุ่น

เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งคือวงญี่ปุ่นแนวนี้ไม่เคยมาเล่นที่ประเทศไทยเลยนะ Crossfaith เป็นวงเมทัลร่วมสมัย วงรุ่นใหม่ วงแรกแบบเป็นทางการเลย ที่มาเล่นบ้านเรา

ตอนนั้นใช้เงินไปเท่าไหร่ บอกได้ไหม

หลักหมื่นนะ ผมว่า

จ่ายค่าอะไรบ้าง

คือตอนนั้นวงมาช่วงโปรโมทัวร์ด้วยเลยราคาถูกหน่อย ก็มีค่าวง ค่าสถานที่ ค่าโรงแรม ค่ารถตู้ ค่าเครื่องเสียง กลม ๆ ก็ประมาณ ถ้าคิดเป็นยอดจริง ๆ ผมว่าคิดยาก เพราะว่าผมใช้ระบบเงินหมุนไง เอาก้อนโน้นมาทำก้อนนี้ต่อ ขายบัตรไป เอามาจ่ายไอ้นี่ไอ้นี่ต่อ

กำไรเท่าไหร่

กำไรหลักพันเอง (หัวเราะ) เพราะเราขายตั๋วถูก

ทำไมถึงมั่นใจว่าจะมีคนมาดู

เราก็เดาแหละ เดาใจตลาด คิดว่าวงแม่งกำลังมา…ก็มาจริง ๆ นะ เพราะหลังจากมาเล่นให้เรา พอกลับไป วงมันก็ดังเปรี้ยงปร้างเลย ไปเล่นกับวง Bring Me the Horizon ไปเล่นที่อังกฤษ เล่นไปทั่วโลก แล้วหลังจากนั้นไม่กี่ปีก็กลับมาใหม่ ทีนี้ค่าตัวก็แสนอัพ แล้ว ไม่ใช่เราแล้ว จัดไม่ได้แล้ว

ตอนนั้นจัดที่ไหนนะ

Rock Pub ความจุไม่แน่ใจ แต่บัตรประมาณ 500 กว่าใบ นี่ขายหมด ความจริงบัตรที่ขายไม่กี่ร้อยใบหรอก แต่เราแจกพวกเซเล็บฯ ด้วยไง ให้เขาช่วยโปรโมต แต่ก็ได้สปอนเซอร์มาช่วยบ้าง ก็มีศิลปินนักร้องมาช่วย มีวง Ebola มี Sweet Mullet มีพี่เบน Silly Fools เขาก็มาช่วย แถมตอนนั้นได้วง Her Name in Blood จากญี่ปุ่นเหมือนกัน มาเล่นเป็นวงเปิดด้วยนะ ตอนนี้ก็ดังมากแล้วเหมือนกัน

แล้วบัตรราคาเท่าไหร่

500 บาท …กำไรหลักพันครับ อย่างที่บอก

แล้วให้เขาหลับนอนกันยังไง

หาโรงแรมแถวถนนเพชรบุรีให้ จำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้ว ให้รุ่นน้องเป็นคนหา ทางวงเขาก็โอเค

งานแรกก็กำไรหลักพันเลย รู้สึกยังไง กูมาถูกทางแล้วหรือเปล่า

ก็โอเค อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุนวะ (หัวเราะ)

แล้วถ้างานนั้นขาดทุนล่ะ

ไม่รู้เหมือนกัน แต่บังเอิญเรากำไรไง (หัวเราะ) ไอ้เรื่องขาดทุนก็เคยเจอเหมือนกันนะ เป็นคนจัดคอนเสิร์ตนี่ยังไงก็ต้องพร้อม ต้องยอมรับเรื่องนี้อยู่แล้ว มันมีความเสี่ยงอยู่แล้ว คือเราต้องคิดเสมอว่า ถ้าขาดทุน จะยอมรับได้ที่เท่าไหร่ เท่านั้นเท่านี้คิดไปเลย

ตอนคิดมันน่าสนุก พอทำเองจริง ๆ ทำแล้วเป็นไงบ้าง

พอมาทำจริง ๆ มันกลายเป็นความเหนื่อย คอนเสิร์ตนี่บอกเลยว่าคนที่สนุกคือคนดู คนดูสนุกกว่าคนจัดอีก คนจัดแม่งโคตรเหนื่อย เพราะเราต้องเป็นคนดูแลทุกสิ่งทุกอย่างไง ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่องบินมา เราต้องดูแลหมด บุ๊กกิ้งโรงแรม เอารถไปรับ พลาดไม่ได้ ตื่นสายเดี๋ยวไปรับวงไม่ทัน ทุกอย่างเป็นงานหมดเลย จนจบโชว์ วงขึ้นเครื่องบินกลับไปแล้ว เคลียร์ค่าใช้จ่ายหมดแล้วน่ะ เราถึงจะมาคิดย้อนหลังว่า เอ๊ะ คอนเสิร์ตมันดีหรือสนุกไหมวะ ถึงจะได้คิดแบบคนดูปกติ

ไม่ได้ฟังเพลง  เป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เราชอบเลย

ใช่ ไม่ได้ฟังเพลงเลย

แล้วเข้าไปติดต่อวงได้ยังไง เพราะเราก็ไม่ใช่โปรโมเตอร์ที่มีโปรไฟล์มาก่อน

ก็มีรุ่นน้องที่เคยทำคอนเสิร์ตด้วยกันมาก่อนนี่แหละ เขาดีลมาให้ คือวงมันก็ส่งหาโปรโมเตอร์ในไทยทั้งหมดแหละ

แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นโปรโมเตอร์นี่

ก็มีน้องที่ทำอยู่นี่แหละ เขาเอามาถามว่า สนใจไหม เราก็สนใจ ก็ตั้งทีมขึ้นมาเลย ชื่อกลุ่ม Zeus Entertainment

ก็แปลว่ามันไม่ได้จำเป็นต้องเป็นบริษัทอะไรมาก

ใช่

แล้วหลังจากงานแรกแล้วเป็นไง

หลังจากงานแรกผ่านไป เราก็เริ่มทำคอนเสิร์ตมาตลอด Zeus Entertainment ก็เริ่มเป็นโปรโมเตอร์เล็ก ๆ ทำคอนเสิร์ตนอกอย่างเดียว

แล้วใช้เงินที่ไหน

ไม่มีเงินสำรอง เงินหมุนทั้งนั้น ไม่มีทุนตั้งต้น พูดง่าย ๆ ก็คือเราจัดคอนเสิร์ตแบบ DIY ทุกกระบวนการ (หัวเราะ)

ทำไมไม่เปิดเป็นบริษัท

มันต้องจดทะเบียน วุ่นวายมาก แต่เราไม่รู้ว่าในอนาคตเราต้องเปิดหรือเปล่า ถ้ามันต้องเปิดก็ต้องเปิด แล้วพูดจริง ๆ ว่าตอนนี้เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะจริงจังกว่านี้ได้หรือเปล่า

เหมือนจัดไปเรื่อย ๆ เอาเท่าที่ไหว

ใช่ ทำไปเรื่อย ๆ ก็มีคนมาจ้างให้จัดบ้างนะ บางคนเขาอยากคอนเสิร์ตให้มันเกิด แต่ไม่ออกหน้า อาจจะไม่ถนัด ก็มาบอกเราว่าจัดให้หน่อย พี่อยากทำวงนี้ แต่พี่ไม่อยากออกหน้า ทำให้หน่อย พอเขาออกเงินให้ เราก็จัดได้

อ๋อ เหมือนรับจัดการบริหารคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ให้ด้วย

ใช่

มันจำเป็นต้องเล็กหรือว่าตั้งใจไว้แบบนั้น

แล้วแต่คนจะใช้เราทำครับ แต่ถ้าเราจัดเองเราคงได้แค่เล็ก ๆ แหละ อย่างที่บอก เงินหมุนน่ะ เราไม่ได้มีเงินเป็นก้อนพร้อมที่จะจัดตู้ม! ก้อนใหญ่ มึงเอาไปเลย แต่เราเป็นแบบ…พอขายตั๋วได้ เอาค่าตั๋วมาจ่ายค่าที่ มันก็เลยเป็นแบบนี้ทุกงาน เล็ก ๆ ไม่ใช่ว่าเราตั้งใจให้เล็ก แต่โดยธรรมชาติเป็นแบบนั้น

500 คนถึงไหม

บางงานก็ถึง บางงานก็ไม่ถึง บางงานพันนิด ๆ ก็มีนะ

ถ้าคิดจะทำให้มันใหญ่ ต้องทำยังไง

ต้องหานายทุน แต่นายทุนแนวเมทัลแบบนี้จะไม่ค่อยเข้าใจเรา อย่าง ขอสปอนเซอร์เป็นเบียร์ เบียร์ถามว่าคนดูกี่คน ห้าร้อยคนถึงพันคนครับ ไปเลย ไม่คุยด้วย

ทำไม

เขาขายเบียร์ได้น้อย วอลลุ่มไม่พอที่เขาจะช่วยซัพพอร์ต

ต้องเท่าไหร่ถึงจะคุ้มสำหรับเขา

น่าจะพันสองพันขึ้น ลองคิดดูว่าเราไปขอเงินเขาสักแสนหนึ่ง เขาจะต้องขายเบียร์กี่แก้วถึงจะได้เงินคืน กี่แก้วถึงจะทำกำไรให้เขา อันนี้เข้าใจเขานะ

ก็เลยทำให้สเกลของการทำงานเราเป็นโปรโมเตอร์ใหญ่โตไม่ได้ เป็น Indy DIY อยู่แบบนี้

(หัวเราะ) ใช่

ตั้งแต่ปีแรก 2012 จัดมาแล้ว 7 ปี กี่คอนเสิร์ต

เป็นสิบนะ ในชื่อ Zeus Entertainment เนี่ย

มีงานที่ภาคภูมิใจไหม

มี คอนเสิร์ตวง Korn ที่ได้จัดคือฟลุคมาก

ยังไง

เรื่องของเรื่องคือวงต้องไปเล่นอีกที่หนึ่ง แล้วที่นั่นบังเอิญเขามีปัญหา

แล้วเกิดอะไรขึ้น

มีปัญหาอะไรสักอย่าง แล้ววงเขามาแล้ว เขาต้องการหาที่ลง เพราะขนทุกอย่างมาหมดแล้ว เขาก็ถาม ๆ โปรโมเตอร์ต่าง ๆ มานี่แหละ ตอนนั้น Zeus เราก็ทำงานมาถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็จะมีเอเยนต์ส่งข่าวมาให้ตลอดแหละ ส่งเมล์มาให้ เราก็รู้เรื่องนี้ล่วงหน้าก่อนวันที่จะเล่นแค่อาทิตย์เดียว แล้ววงอย่าง Korn มันระดับโลกไปแล้วน่ะ มีเวลาแค่อาทิตย์เดียว ทำยังไงทัน มันเป็นสเกลที่ไม่มีใครอยากทำ คนจัดไม่อยากเสี่ยงหรอก

แล้วทำไมเราถึงทำ

ความจริงผมก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของคนที่ตัดสินใจ มันมีคนในทีมที่ โอเค ทำเหอะ ก็เอาวะ หาทางออกกัน

อาทิตย์หนึ่งทำยังไงวะ โรงแรมที่พักมันก็ต้องไม่ขี้หมูขี้หมานะ

ใช่ ๆ ตอนนั้นดีลได้แถวแพล็ตตินัม โรงแรม Berkeley ประตูน้ำ ที่นั่นข้างบนมีฮอลล์ที่เราจัดคอนเสิร์ตด้วย ก็เลยให้พักที่โน่นเล่น ที่โน่นเลย สะดวกดี

แล้วไรเดอร์ต่าง ๆ อุปกรณ์ต่าง ๆ จัดการยังไง

ให้น้องที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ดูแลเฉพาะไปเลย ก็ได้ตามที่ขอแหละ ผมก็ดูแลวง อาหารการกิน ดูแลหลังเวที ดูแลที่พัก เหมือนปกติแหละ

ปัญหาสำคัญเลยคือ อีก 7 วันจะมากันแล้ว โปรโมตยังไง

อันนี้ก็บอกทางวงนะว่ายังไงคุณต้องทำใจยอมรับนะ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ็ดวัน มันโปรโมตได้เท่านี้ เขาก็รู้แหละ เราก็ทำเท่าที่ทำได้

แล้วสรุปคนดูมาเยอะไหม

เยอะนะ

ขายบัตรเท่าไหร่

แพงหน่อย ทางเมืองนอกเขากำหนดราคามา 2,500 หรือ 2,900 นี่แหละ ไม่แน่ใจ แต่ขายบัตรกี่ใบเราจำไม่ได้นะ ไม่รู้ด้วยเพราะมันขายช่องทางออนไลน์ คนละส่วนกัน ตอนนั้นจะมีพี่ ๆ หลายคนมาช่วยประชาสัมพันธ์ ช่วยวิ่งหาสปอนเซอร์ หาเบียร์มาลง อะไรพวกนี้ คืองานด่วนแบบนี้มันต้อง offer ไปก่อน ออกอะไรได้ก็ออกไปก่อน  ค่า work permit ค่านั่นค่านี่หลายอย่าง มันจะวุ่นวายหน่อย เราทำกันเองไม่ได้ และรู้สึกว่าทางวงก็ช่วยเรานะ เหมือนช่วยกันทำงาน (หัวเราะ)

งานนั้นก็คืองานที่ภูมิใจที่สุดเพราะว่าเป็นวงโปรดของเราด้วย

ใช่ ตื่นเต้น แล้วก็เหนื่อย

ถามจริง หลังจากนั้นชอบ Korn มากขึ้นหรือน้อยลง

ชอบเหมือนเดิม ได้เจอ ได้ถ่ายรูป ก็ตื่นเต้นเหมือนเดิม

ตัดเคสฟลุค ๆ วงใหญ่อย่าง Korn ไปก่อน ส่วนใหญ่เราทำวงเล็ก ๆ วงหน้าใหม่

ใช่

มีวิธีเลือกยังไง

ตามปกติครับ คือเอเยนต์ส่งมา แล้วเราก็เลือกอีกทีว่าอันนี้น่าทำมั้ย ดูกระแสว่าช่วงนี้วงไหนมา วงนี้มาไหม ราคามันสมน้ำสมเนื้อไหม

เมทัล มันเป็น niche market มันดูกระแสยังไง

มันก็มีวิธีนะ เดี๋ยวนี้เอไอมันฉลาด เวลาเราโพสต์อะไรไป เอ้า! เพื่อนเราก็ยังมา อย่างสมมติเพจ Oasis Thailand แฟนเพจแม่งเป็นหมื่นคน ถ้าวงมาพวกเขาต้องมาแน่นอนอะไรแบบนี้ครับ นอกจากนี้เราก็ดูจากแวดวงเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เป็นนักดนตรี เราหมั่นดูฟี้ดแบ็กก็จะรู้เอง

ที่เลือกวงใหม่ ๆ ใช่ไหม เพราะมันถูกกว่า

ใหม่บ้าง เก่าบ้าง แล้วแต่จังหวะที่เขาจะเลือกให้มากกว่า

วงเก่านี่เก่าแบบไหน เก่าแบบไม่ดังแล้วก็เลยค่าตัวถูก

ไม่จริง วงเก่าต่อให้ตอนนี้ไม่ดัง  เพราะราคาก็ยังแรงอยู่เหมือนเดิม (หัวเราะ) เราก็ยังไม่เอาอยู่ดี  อย่างวงเมทัลยุค 80’s บางวงค่าตัวเท่า บอดี้แสลมใครจะยอมจัด คนดูต่ำ ๆ ต้องหมื่นคนน่ะ ถึงจะคุ้ม แต่ถ้ามาบ้านเราคนดู 300 คือบ้านเราไม่เหมาะกับดนตรีแนวเมทัลทุกวงหรอก

ไม่ใช่ทุกวงที่ดัง ๆ มาเล่นแล้วจะมีคนดูใช่ไหม

ใช่ คนดูก็คือคนดูกลุ่มเดิม ๆ จัดงานพั้งก์ร็อก คนชอบก็จะมาดู จัดงานเมทัล คนที่ชอบสายเมทัลก็จะมาดู คือคนเดิม ๆ ก็จะมาดูเสทอ ก็เป็นแบบนี้ จัดคอนเสิร์ตสายทางเลือกนี่คนมาดูเต็มที่ 500 คน ก็ถือว่าหล่อมากแล้ว

ถามจริง ๆ ฟังดูแล้วมันไม่น่ามีกำรี้กำไรที่จะพอเลี้ยงตัวรอดหรือมันเลี้ยงได้

เลี้ยงไม่ได้เลย ก็อย่างที่บอกว่าจังหวะมีให้จัดก็ลองจัดดู แต่ถ้าต้องจัดตลอด ๆ มันก็ไม่ไหว

แล้วระหว่างที่จัดเลี้ยงตัวเองด้วยอะไร

ตอนนั้นก็ทำงานประจำอยู่ แล้วก็มีงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก่อนก็ยังไปขายของอยู่ ยังมีเงินใช้บ้าง

ทำงานประจำก็ยังมีเงินเดือน แล้วพอหลังจากที่ออกงานประจำแล้ว ก็ยังจัดต่อ แล้วจัดไปทำไมในเมื่อมันไม่คุ้ม

ตอนนั้นก็คือเราได้เงินทุนมาจากทีมแล้วไง เป็นงานของทีมที่คนอื้นก็ช่วยกันหาเงินมา เราก็ได้เป็นค่าแรงค่าอะไรอย่างนี้ไป

คุ้มไหม

คุ้มบ้าง ไม่คุ้มบ้าง ขาดทุนก็มี แต่ของแบบนี้ ถ้ามันขาดทุนแต่ไม่มาก เรายังพอไปรวบรวมเงินต่าง ๆ อย่างเช่นเงินขายสินค้าเมอร์แชนไดส์ต่าง ๆมันก็จะได้เงินคืนมา

ทำ merchandise ขายนี่ต้องขอเขาไหม

ขอครับ เราขอ license ในสัญญา เราจะระบุว่าขอผลิตเอง เพราะมันเป็นของที่เป็นรายได้เรา เขาก็อยากให้เราทำอยู่แล้วแหละ เขาขนมาเองก็ลำบากเขาเปล่า ๆ เกะกะอีก ค่าน้ำหนักต่าง ๆ ก็ต้องเสียอีก ส่วนมากเขาก็เลยส่งไฟล์ที่เป็นลายเสื้อ ลายหมวก อะไรต่าง ๆ มาให้เลย ถ้าเขามั่นใจว่างานสกรีนเราโอเค เขาก็ไม่สนใจหรอก ขายได้ก็เอาไป คิดไปตัวละกี่เหรียญก็ว่าไป

แสดงว่าความหวังเราอยู่ที่การขาย merchandise มันเป็นตัวที่ทำให้รายได้เรา cover ขึ้นมาบ้าง

ใช่ ๆ

แต่ว่าตัวคอนเสิร์ตน่ะขาดทุน

ใช่ ๆ (หัวเราะ)

มีไหมวงที่มันเอามาขายเอง

ถ้าวงไหนเอามาเองเนี่ยคือต้องทำใจ (หัวเราะ) บางทีถามว่า ยูเอาอะไรมามั่ง ไอเอาเสื้อมานะ งั้นกูทำอย่างอื่นขายแล้วกัน (หัวเราะ) แต่ส่วนใหญ่ไม่มีหรอก เพราะขี้เกียจแบก ข้ามน้ำข้ามทะเลเสียค่าภาษี ค่าน้ำหนัก…งั้นพวกมึงทำไปแล้วกัน

แล้วที่โดนแคนเซิลนี่ยังไง

วงนี้เลย The Devil Wears Prada เป็นวงเมทัลคอร์ แคนเซิลเราในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง พอดีวงมันนอนอยู่ที่มาเลเซีย จะบินมาเล่นที่บ้านเราในวันรุ่งขึ้น แล้วคืนนั้นมีข่าวยิงกันอะไรนั่นน่ะ ตอนเช้าส่งอีเมลมาแต่เช้าเลย…ตีห้าของวันเล่นเลย ส่งมาให้น้องอีกคนที่เป็นคนติดต่อ บอกวงขอแคนเซิลได้ไหม ไม่สะดวก ดูจากข่าวแล้ว มันน่ากลัว

แล้วทำยังไง

บัตรขายหมดแล้วนะ sold out ไปหมดแล้วด้วย ทำไง?…ก็ต้องไล่คืนเขา โดนด่าไประดับหนึ่งเลยล่ะ แล้วคนดูบางคนเขาอุตส่าห์มาจากต่างจังหวัด ขึ้นเครื่องมาดู แล้วมาเจอเราแคนเซิล ประกาศหน้าเพจไรงี้ โดนด่าไป ก็บ่น ๆ แหละ ว่าทำไมผู้จัดทำแบบนี้ คือจริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับกูเลย

แล้วไม่อธิบายเหรอ

บางอย่างอธิบายไม่ได้ วงเขาอธิบายมาแบบนี้ แต่เราบอกไม่ได้ เหมือนเราก็ต้องรักษาหน้าวงแหละ จริง ๆ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเอาอีเมลที่เขาส่งมาแสดง แต่มันเป็นมารยาทในการทำงานนะ

ทางวงช่วยแก้ไขไหม

เขาก็คืนเงินค่าตัวให้ระดับหนึ่ง แต่เราก็เสียค่าบางอย่างไปแล้วไง ค่าโปรโมต ค่าโรงแรม ค่าที่พัก ก็หลักหมื่นนะ งานนั้นเราโดนไปหลายหมื่นเหมือนกัน

ทีนี้มันจะมีอะไรการันตีได้  สำหรับคนจัดคอนเสิร์ต

เขาก็มีสัญญาครอบคลุมแหละ ถ้าเขาไม่มาเองก็ต้องคืนเงินให้เรา อย่างที่บอกว่าเรื่องอย่างอื่นมันควบคุมไม่ได้ แต่จริง ๆ วงอื่นก็มานะ แต่วงนี้ไม่มา หลังจากนั้นเราก็ยังมีงานอีกสองสามวง แต่เรื่องความมั่นคง มันเป็นเรื่องแล้วแต่คนน่ะ บางคนก็กลัว บางคนก็ไม่กลัว

แล้วตอนนี้ zeus นี่ก็ยังทำอยู่ไหม

ทำอยู่ แต่มันไม่มีอะไรน่าสนใจ เอาจริง ๆ ก็รอสถานการณ์บ้านเมืองด้วยแหละ ยังไม่อยากจัดอะไรเยอะ

กลัวอะไร เราเป็นประชาธิปไตยแล้ว

เหรอ (หัวเราะ) จริง ๆ เราก็รอเวลาเหมาะ ๆ แหละ ก็มีเอเยนต์ส่งมาให้ดูเรื่อย ๆ แหละแต่ว่าเรายังไม่พร้อม วงมันยังไม่โดนเท่าไหร่

ก็คือยังจัดมาอยู่ถึงทุกวันนี้แต่ตอนนี้ยังไม่มีวงที่น่าสนใจ

ใช่

แล้วมีแฟน ๆ ติดตามทีมงานเราไหม

มีนะ บางคนตามดูงานเราตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ตอนนี้โตแล้ว  มีลูกมีเต้า มีการมีงาน บางคนจะมาใส่เสื้อวง แดกเหล้าริมถนนหลังคอนเสิร์ตเลิก มันก็ไม่ใช่

แต่เรายังทำแบบนั้นอยู่

ใช่ (หัวเราะ)

เหมือนอายุ 18 อยู่ตลอดเวลา นี่เท่าไหร่แล้วเนี่ย

สิ้นเดือนนี้ถึงวันเกิดแล้ว แต่บอกไม่ได้ อาย

ไอ้ร้าน Area 23 นี่ล่ะ มาทำได้ยังไง ตอนไหน

ปีที่แล้วครับ เรื่องของเรื่องคือ ก่อนหน้านี้ผมขายของออนไลน์อยู่แล้วไง ก็มีเพจ CD2Hands ขายในเพจมาก่อน ก็ขายพวกรองเท้า ซีดี อิมพอร์ตเข้ามา

ไปสั่งมาจากไหน

ก็คือสั่งทั่วไปแหละ อเมริกา ญี่ปุ่น ก็มีน้องที่ทำเพจด้วยกันเนี่ยแหละ เขาทำอยู่ก่อน ก็เลยไปทำกับน้อง ส่วนที่มาเปิดเป็นร้านตรงนี้ ก็เพราะว่าเราต้องหาบ้านอยู่ชั่วคราว บ้านเราทุบรีโนเวตใหม่ แล้วมาเจอตึกตรงนี้พอดี อยู่ริมถนน ก็น่าสนใจนะ ก็เลยทำร้านไปด้วย ตอนแรกก็มีไปขายที่อื่นแหละ แต่จังหวะได้ตรงนี้พอดี มันเหมาะกับค้าขาย เลยเปิดหน้าร้านไว้ดีกว่า

แต่ว่ารายได้หลักของเราอยู่ที่ออนไลน์ ก็คือเพจ area 23 นี่เหรอ

ใช่ แล้วเรามีอีกเพจหนึ่ง ชื่อเพจ CD2hands

รายได้หลักคือลูกค้าสั่งจากออนไลน์

ใข่ รายได้หลักจากออนไลน์มากกว่าลูกค้าหน้าร้าน ก็มีนาน ๆ ทีนะ บางทีก็คนรู้จักกัน ผ่านมาดู ก็ซื้อไป

พอใจกับชีวิตไหม

ยังไม่พอใจเท่าไหร่ เงินยังไม่มากพอที่จะอยู่รอด เคยตั้งเป้านะว่ารายได้เรามันต้องได้วันละ 1,000 บาทเป็นอย่างต่ำ อาจจะกินซักสาม-สี่ร้อย ที่เหลือก็เก็บ

แล้วได้ไหม

ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เฉลี่ยกันไป

งั้นจะทำอะไรอีกให้มันได้

ก็ว่าจะเอาคราฟต์เบียร์มาลงที่ร้าน เอาชาไข่มุกมาลงหน้าร้าน

ชาไข่มุกมันไม่ร็อกเลยนะ

ผมก็ไม่ขายเอง จ้างเขาสิ (หัวเราะ)

อะไรทีไม่ร็อก เราก็จะไม่เปิดเผยตัว

ใช่ แต่ได้เงินเราทำหมด (หัวเราะ)

มองอนาคตไว้ยังไง

เรื่องอะไร ชีวิตเหรอ ยังหนุ่มเหมือนเดิม

มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเป็นหรือยัง

ไม่มี เลิกหลายปีแล้วโฟกัสที่เรื่องงานกับครอบครัวก่อน ขี้เกียจมี หาเงินอยู่

ทุกวันนี้ทำงานไปทำไม

ก็หาเงินไง

แนวโน้มของคอนเสิร์ตเล็ก ๆ มันดีขึ้นไหม เห็นสมัยนี้จัดอะไรเป็นเฟสติวัลใหญ่ ๆ ไปหมด มันมีผลกระทบกัยบ้างหรือเปล่า

ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะมันคนละตลาด กลุ่มเป้าหมายคนละคนเลย อย่างคนไปดูบิ๊กเมาเทน เขาก็จะไม่มางานเราอยู่แล้ว

แล้ววงไทยยังจัดอยู่ไหม

ไม่ค่อยได้จัดแล้ว เด็ก ๆ มันจัดกันเยอะแล้ว มีมาขอให้ช่วยนะ แต่ไม่ค่อยไปทำหรอก อาจจะแค่ไปช่วยติดต่อให้ แล้วเราไปกินเบียร์หน้างานมากกว่า

คนฟังเพลงเมทัลไทยมันเหนียวแน่นไหม

ก็ มีหลวม ๆบ้าง แล้วแต่จังหวะ แล้วแต่ช่วง บางทีก็มีเขม่นกันบ้าง มีแยกวง แยกสาย แยกกลุ่มคนจัดอีก เช่น ถ้าวงแนวนี้ก็จะไม่ดูแนวนี้ ก็มีอยู่นะ

Posted in: Uncategorized

Tagged as:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s