เมื่อเรือนร่างสนทนาในความเงียบ – ความหลงใหลที่ไปไกลมากกว่างานอดิเรก

เรื่องและรูปโดย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

“สงสาร บ๊อบ มาก กูขอโทษ กูห้ามเพื่อนมึงแล้วนะ แต่เพื่อนมึงไม่ฟังกู” – กัญญาณี หงษ์ปาน

ดูภายนอก กัญญาณี หงษ์ปาน สาววัย 27 ปีคนนี้ ก็เป็นหญิงสาวปกติธรรมดาคนหนึ่ง เธอมีการมีงานทำ มีความรับผิดชอบ เลี้ยงดูตัวเองได้ และมีงานอดิเรกเหมือนคนอื่น ๆ

แตกต่างตรงที่ว่างานอดิเรกของเธอไม่ใช่การตระเวนถ่ายรูปตามคาเฟ่ การเลี้ยงแมว การวิ่งมาราธอน การสังสรรค์เมามายกับเพื่อนในคืนวันศุกร์ ฯลฯ

เพราะงานอดิเรกของเธอคือการวาดรูปอีโรติก ลงในเพจ K K Y A N E E ที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ใช่ เธอวาดรูปบนไฟล์ดิจิตัล ด้วยลายเส้นไม่มาก, น้อยเลยก็ว่าได้ แต่ภาพวาดของเธอกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่โดดเด่นออกมา

สิ่งนั้นก็คือเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่เล่าผ่านรูปเรือนร่างและเพศสัมพันธ์ ใช่- ก็ “เซ็กซ์” นั่นแหละ

แต่เซ็กซ์ที่เล่าผ่านเส้นไม่กี่เส้นที่เธอวาดขึ้นนั้นกลับบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เป็นเส้นน้อยที่เล่าเรื่องมาก

เส้นไม่กี่เส้นนี้บอกเล่าเรื่องราวที่ทั้งอัดอั้นด้วยรัก เกลียด ควบแน่นด้วย เจ็บปวด สุขสม เร่งเร้าให้คนดูร้อนผ่าว และทำให้เศร้าโศกหากคิดถึงความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดและงดงามในเวลาเดียวกัน

ทั้งหมดนี้คืองานอดิเรก- ตามที่เธอบอก

แม้จะต้องเสี่ยงกับอะไรหลายอย่าง ทั้งถูกรีพอร์ต ทั้งถูกมองว่าเป็นคนหมกมุ่น, ก็น่าจะรู้ว่าเราอยู่กันในสังคมแบบไหน แต่มีไม่กี่คนหรอกที่มีงานอดิเรกที่เซ็กซี่และเย้ายวนจิตใจได้ขนาดนี้

แม้จะระมัดระวังตัวเอง แต่ก็ไม่ถึงกับปิดบังตัวตน แต่งานอดิเรกของ กัญญาณี ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเที่ยวไปเสนอหรือบอกใครต่อใคร ของแบบนี้มันดึงดูดให้ผู้ที่สนใจโคจรมาหาด้วยตัวของพวกเขาเอง

ดังนั้นที่นี่จึงน่าจะเป็นที่แรกที่ กัญญาณี ยอมเปิดเผยตัวตนรวมทั้งเรื่องราวแห่งการสนทนาระหว่างเรือนร่างในความเงียบที่อาจปั่นป่วนหัวใจคุณให้ร้อนผะผ่าว…

เชิญอ่านอย่างแผ่วเบา

จริง ๆ ตอนนี้ทำงานอะไร

เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์อิสระ จริง ๆ เราก็ยังชอบงานหนังสืออยู่นะ เพราะเรียนมา เราจบมหาวิทยาลัยบูรพา สาขาบรรณาธิการศึกษา ทุกวันนี้ทักษะการพิสูจน์อักษรก็ยังถือว่าโอเคอยู่ แต่ว่าเราเป็นคนชอบทำงานคนเดียว เรารู้สึกไม่เอ็นจอยกับการเป็นพนักงานบริษัท คืองานประจำมันก็ดี แต่ทำงานคนเดียวสบายกว่า เอาอย่างงี้ดีกว่า  เราไม่ใช่ introvert แค่ไม่ชอบสุงสิงกับคนมาก ๆ ถ้าไม่จำเป็น เราชอบอยู่คนเดียว

เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า

ไม่รู้ว่าติดสันโดษขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลย เราไม่ค่อยชอบวุ่นวายกับคนมาก คือเจอคนได้ นะ ทำงานกับคนเยอะ ๆ ได้ไม่มีปัญหาเลย ทำงานเป็นทีมได้หมดเลย แต่ถ้าถามว่าชอบ….ก็ชอบอยู่เงียบ ๆ

งานประจำที่ทำอยู่มี artistic น้อยมาก เป็น commercial เยอะมาก โอเคกับสิ่งที่ทำไหม

ก็โอเคค่ะ มันก็มีความต๊องๆ ของตัวเองอยู่ว่า ขณะที่เราเป็นคนสุงสิงกับคน แต่ก็ไม่ใช่ introvert แต่มันก็ดีที่งานช่วยให้เราติดต่อสื่อสารกับคนเยอะขึ้น

เรียนจบบรรณาธิการศึกษาแล้วไปเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ได้ยังไง

เราทำงานที่แรกคือที่ iLaw ซึ่งเป็นเอ็นจีโอเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย ตำแหน่งของเราคือเจ้าหน้าที่สื่อสารแคมเปญและรณรงค์ ตอนแรกก็ยังใช้ทักษะความเป็นบรรณาธิการ อย่างเช่น อ่านกฎหมาย สรุป ตรวจแก้ อะไรแบบนี้ ทำงานนี้ได้ 1 เดือน แล้วก็เกิดรัฐประหาร มี คสช. นั่นแหละ สักพักหนึ่ง เราก็พัฒนาไปทำอินโฟกราฟิกให้ iLaw ช่วงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เราเป็นคนทำอินโฟกราฟิกช่วงนั้นเกือบหมดเลย การ์ตูน 2 ปี คสช. หรืออะไรก็ตามที่เสี่ยงๆ แล้วดูบ้าบอ แต่ไม่ค่อยได้ใส่ชื่อคนทำ ก็คือของเราเอง (หัวเราะ)

แล้วมาเป็นกราฟิกดีไซเนอร์เต็มตัวได้ยังไง

ทำกราฟิกอยู่กับ iLaw 4-5 เดือนแล้วก็ลาออก มาทำงานโรงพิมพ์แป๊ปนึง แต่ก็รู้สึกว่างานกราฟิกของโรงพิมพ์ก็ไม่เหมาะกับเราด้วย อยู่แป๊ปเดียวก็เฟล แล้วก็กลับมาช่วยงานที่บ้าน ระหว่างนั้นก็รับฟรีแลนซ์ให้ iLaw รวมถึงเอ็นจีโออื่น ๆ ด้วย ทำงานอย่างนั้นอยู่ประมาณสักครึ่งปีได้มั้ง แล้วก็เริ่มจะมีเอเจนซี่เข้ามา ตอนนี้ทำงานหลักๆ ก็คือทำงานกับเอเจนซี

แล้วที่ไปทำงานที่เชียงใหม่ล่ะ

อันนั้นคือเปลี่ยนโต๊ะที่ทำงานเฉย ๆ (หัวเราะ) คือก่อนหน้านี้อยู่บ้านแล้วมันเบื่อ ๆ เนือยๆ เรื่องเวลามันไม่ลงตัวด้วย คือที่บ้านขายของชำ เปิดร้านอยู่ 2 สาขา ด้วยความเป็นกงสีอะไรก็ต้องให้ที่บ้าน ไม่ได้ทำอะไรของตัวเองแบบที่อยากทำ ในแง่นึงก็คือเรื่องเศรษฐกิจด้วย แล้วร้านขายของชำมันก็ไม่แน่นอนด้วย แล้วเราก็มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ เอาจริง ๆ เลยนะ เราเคยเทคยารักษาโรคซึมเศร้าอยู่ปีนึง 

เป็นโรคซึมเศร้าเหรอ

เอาจริง ๆ เรามีปัญหาเรื่องบ้านแบบเรื้อรัง พ่อแม่คุยกันไม่เข้าใจ อะไรต่าง ๆ แล้วเราก็จะถูกเอาวางให้เป็นคนแก้ปัญหา เหมือนว่าถ้าเราอยู่ ก็จะสามารถทำให้ทุกอย่างเบาบางลงได้ ซึ่งพอเอาเข้าจริง ๆ เราไม่เคยตัดสินใจอะไรเลย แล้วเมื่อถูกให้ต้องตัดสินใจ ซึ่งโอเค ในความเป็นลูกมันก็ควรที่จะช่วย ก็ช่วยเท่าที่ไหวแหละ เพราะเอาเข้าจริง มันไม่ถึงกับเป็นโรคซึมเศร้า แค่ตอนนั้นเราทำงานไปร้องไห้ไป เราก็รู้สึกว่า เชี่ย! ไม่ได้แล้วว่ะ ด้วยความที่เราเป็นคนชอบทำงานมาก เรารู้สึกว่าพอเป็นอย่างนี้ภาวะอารมณ์มันก็ไม่นิ่งแล้ว ก็เลยไปหาหมอเลย หมอบอกว่าเป็นแค่ความเครียดตามสถานการณ์ ให้ยามา เราเลยกินยาแค่ปีเดียว

แล้วจริง ๆ หมอบอกว่าเราเป็นอะไร

ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีสมาธิ เครียด ทำงานไปร้องไห้ไป ก็คุยกับหมอไป ปรึกษากับจิตแพทย์แบบจริงจังเลยนะว่าทำยังไงได้บ้าง หมอก็บอกว่า โอเค เดี๋ยวมากินยากัน เราอธิบายหมอเพิ่มว่าก่อนหน้านี้เราเคยทานวิตามิน 5-HTP ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านซึมเศร้าเหมือนกันแต่โดสมันไม่ถึง เราก็เลยโดนหมอสั่งให้กินยาที่แรงขึ้น แต่ว่ามันก็ทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น เราเห็นปัญหาที่มันยังคงอยู่ แต่เราไม่มีอารมณ์กับมันเลย โอเค ทำงานได้ รู้ว่ามีปัญหา ปัญหามันก็ต้องค่อยๆ แก้อยู่แล้ว แต่บางเรื่องมันก็แก้ทันทีไม่ได้ไง เลยร้องไห้ เศร้า อะไรแบบนี้ กินยาอยู่ประมาณปีกว่าๆ เราก็บอกหมอว่าขี้เกียจกินแล้ว บวกกับว่าเราก็ดีขึ้นนะ จัดการตัวเองได้มากขึ้น คือช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วเป็นจุดเปลี่ยนหลายอย่างในชีวิตมาก คือ แมวตาย เลิกกับแฟน

เลยไปทำงานที่เชียงใหม่

ใช่ มาอยู่เชียงใหม่เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง

ที่บ้านว่าอะไรไหม

แม่เขาก็ห่วงตามประสา แต่ว่าเขาก็รู้อยู่ว่าเรามันเป็นคนแบบนี้ เป็นคนที่ไม่อยู่กับที่ เขาก็เข้าใจ ที่บ้านก็รู้ว่าเราไปหาจิตแพทย์ เล่าให้ฟังตลอด แต่เราไม่ได้เอาการหาหมอมาเป็นประเด็นในการเรียกร้องทุกอย่าง คือเราก็จัดการตัวเองของเราไป เพราะเรารู้สึกว่าคนเป็นซึมเศร้าก็เหมือนการเป็นหวัดแหละ กินยาก็หาย เราก็กินยาเท่านั้นเอง แล้วก็ปรับตัว มองปัญหาใหม่ บางทีมันก็ต้องใช้เวลานิดนึง แล้วแต่เคสด้วย

แล้วเราเริ่มสนใจทำเพจ @kkyanee.co  ของตัวเองเมื่อไหร่ คำจำกัดความของเพจนี้คืออะไร 

จุดเริ่มต้นมันเกิดจากตอนที่เราออกจาก iLaw มาสักพักนึง แล้วก็มีเมาส์ปากกาที่แม่ซื้อให้ กะจะใช้ทำงานอย่างอื่นนั่นแหละ แต่เราก็ลองเอามาวาดรูปดู ทีนี้ตอนแรกเราวาดเป็นสรีระผู้หญิงก่อน ด้วยความชอบ เพราะรู้สึกว่าผู้หญิงเป็นเพศที่สวย บอดี้มันสวย รู้สึกว่ามันเป็นความงามของธรรมชาติแบบที่มันเป็นพื้นฐานของมนุษย์ ศิลปะส่วนใหญ่มันก็ลอกเลียนมาจากร่างกายคน เราก็ชอบดูอวัยวะผู้หญิงอย่าง เอว อก แล้วก็เริ่มรู้สึกว่า เออว่ะ มันน่าจะได้เล่าเรื่องอะไรมากกว่านี้เนอะ เราก็เริ่มหยิบเรื่องเพศมาใช้

ทำไมต้องเรื่องเพศ

เราคิดว่าเรื่องเพศมันเป็นเรื่องปกติ แต่สังคมไม่ได้มองว่ามันปกติ เรารู้สึกว่าการแสดงออกทางเพศที่ผ่านมามันจะถูกมองว่า เฮ้ย อาย พูดไม่ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องสุขศึกษา เพศศึกษา แต่พูดไม่ได้ ซึ่งเรามองว่ามันตลกมาก ทำไมครอบครัวส่วนใหญ่ถึงไม่พูดเรื่องเพศศึกษากับลูก ซึ่งบ้านเราไม่ได้มีปัญหาขนาดนั้นนะ ก็คุยกันได้ แต่ว่าไม่ได้คุยกันบ่อยแค่นั้นเอง พอมองในเชิงสังคม ทำไมเด็กถึงไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษาหรือการป้องกันก่อนวัย ทำไมถึงพลาดกันเยอะ ยิ่งบรรยากาศรอบ ๆ สังคมบ้านเรา มันก็มีเด็ก ป.6 ท้อง เราเลยรู้สึกว่าทำไมวะ กับอีแค่ถุงยางอนามัยหรือป้องกันอะไรสักอย่างให้ตัวเองถึงทำไม่ได้ หรือสังคมเราปิดกั้นมันมากเกินไป เราตั้งข้อสงสัยตรงนี้ ทำไมไม่มองว่ามันปกติ ทำไมไม่มองว่ามันเป็นความต้องการพื้นฐานทั่วไปอย่างกินข้าว หิวก็กินอะไรแบบนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราพูดเรื่องเพศแบบนี้เปิดเผยตรงไปตรงมา มันจะช่วยให้คนอื่นมองว่าเป็นเรื่องปกติได้ยังไง แล้วเขาก็รู้สึกว่า โอเค ถ้าเขามีความต้องการเขาจะจัดการตัวเองได้ไหม จริง ๆ มันก็อาจจะเสี่ยงนิดนึงที่คนจะ…

มองเราแบบนั้นใช่ไหม

ก็คิด มันก็มีความเสี่ยงที่เจอกับตัวเองเรื่อย ๆ

ทำไมไม่ใช่ชื่ออื่น แต่ใช้ชื่อตัวเอง K K Y A N E E

ก็มันคือชื่อเรา K K Y A N E E กัญ-กัญญาณี นั่นแหละ ใช้ชื่อตัวเองเพราะไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร (หัวเราะ)

เริ่มมาจากความสนใจในทรวดทรงของมนุษย์ ส่วนเว้าโค้งต่างๆ ของผู้หญิง มันสวยยังไง

เรามองว่าจริตผู้หญิง มันไม่ใช่แค่เรื่องความสะสวยบนใบหน้า มันมีเรื่องจริตในท่วงท่าการเดิน การเยื้องกราย พอมันมีความโค้งแล้วมันสวย ว่าง่ายๆ คือมันเซ็กซี่ ยั่วยวน มี sex appeal ซึ่งบางทีเราไม่ได้ยั่วยวนเพื่อต้องการดึงดูดเพศตรงข้ามเข้ามา แต่เรารู้สึกว่าเราสวย พอใจกับความสวย ความโค้งของตัวเอง แล้วพอมันออกมาในภาพที่เราเห็น เราก็เลยรู้สึกแบบ ผู้หญิง บางทีมันไม่ได้ทำเพื่อใคร เพื่อตัวเองทั้งนั้น

เป็นความเซ็กซี่ตามความหมายของเรา

สำหรับกัญ บางทีมันไม่ใช่การเปลือยนะ มันคือจริตบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า บางทีมันก็ไม่ได้เป็นมิตร บางทีความเซ็กซี่มันคือความน่าค้นหาที่ไม่ต้องพูดออกมา อย่างผู้ชายที่พูดเยอะเกินไป เราก็จะรู้สึกว่าไม่สนุก ผู้หญิงก็เหมือนกันบางทีอะไรที่มันเยอะเกินไป ก็รู้สึกว่าไม่น่าสนใจ แต่ว่าในเรื่องความเซ็กซี่แต่ละคนมันก็ไม่เท่ากัน สำหรับเราความเซ็กซี่มันคือความเงียบ ความมีอะไรให้อีกฝ่ายตั้งคำถาม หาคำตอบ ซึ่งจะได้คำตอบหรือเปล่าก็อีกเรื่องนึง ก็เลยทำเพจนี้ขึ้นมา

K K Y A N E E วาดแนวทางมินิมอลนี้ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า

เป็นเส้นน้อย ๆ ตั้งแต่แรกเลย เพราะเราชอบงานมินิมอลมาก ไม่ชอบความรุงรัง บางทีงานที่วาดออกมามันเส้นเยอะมากเลยนะ แล้วเราก็มานั่งดู ทำไมมันเยอะจัง ไม่ชอบความรก ก็ตัดออก

แสดงว่ามีการฝึกฝนมาพอสมควร

ฝึกกับตัวเอง ไม่ได้ให้ใครดูเยอะ

มันเป็นงานอดิเรกของเราจริง ๆ ใช่ไหม

ตอนนี้ก็ยังเป็นงานอดิเรกอยู่ แต่แค่เราคุยกับคนเยอะขึ้นเท่านั้นเอง แต่ฐานแฟนลูกเพจของเรามีคุณภาพนะ คือคนไม่ชอบกดไลค์หรอก แต่เรารู้ว่าเขาเห็น

การวาดอะไรแบบนี้ในสังคมที่ไม่ได้เปิดกว้างเท่าไหร่ รู้บ้างไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

โดยส่วนตัวนะ คนอาจจะมองว่าโปรไฟล์เราคาว หมกมุ่น บ้าเซ็กซ์ เราโดนตลอด ไม่เป็นไร

ตอนแรกที่เริ่มทำคิดเรื่องพวกนี้ไหม

ตอนแรกไม่คิด เพราะรู้สึกว่าเรื่องเพศมันเรื่องธรรมชาติ แต่รู้ว่าคนจะต้องตั้งคำถามกับมัน ซึ่งเราชอบการตั้งคำถามนะ เราก็ปล่อยให้คนตั้งคำถามแล้วเราก็ตอบแบบเดิมทุกครั้ง เวลาเราเจอคนเขาก็จะถามว่าทั้งหมดเนี่ยแรงบันดาลใจมากจากไหน เป็นคำถามที่เจอทุกวันเลย เราขี้เกียจตอบ ก็เลยถามกลับว่าแล้วคิดว่ายังไง? บางคนก็จะทายว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัวหรือเปล่า หรืออาจจะชอบดูหนังโป๊ไหม เราก็ขำ เอาเป็นว่าทั้งหมดไม่ได้ merge จากประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองทั้งหมดก็แล้วกัน เพราะรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้มันควรจะปล่อยให้คนได้จินตนาการไปว่ามันเป็นยังไงมาจากไหน ซึ่งเราไม่ได้อยากเปิดเผยตัวเองเยอะในแง่ว่าเราไม่ใช่คนที่มาอวดเรื่องชีวิตเซ็กซ์ตัวเองในที่สาธารณะอยู่แล้ว มันยังเป็นเรื่องส่วนตัวอยู่ แต่มันควรที่จะเป็นปกติ ไม่ใช่ผิดปกติแบบ อี๋! อะไรขนาดนั้น

ฟีดแบ็กของเพจช่วงแรกเป็นยังไง

ช่วงแรกยังเป็นแวดวงเพื่อน ก็มีทั้งชอบและตกใจว่าทำไมกัญถึงเป็นแบบนี้ เพื่อนสมัยมัธยม เพื่อนสมัยมหาลัย เขาจะเริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย เมื่อก่อนกัญไม่ใช่คนแบบนี้ คือเราเป็นคนเงียบตั้งแต่เด็กแล้ว

ตอนเด็ก ๆ เป็นคนแบบไหน

ตอนมัธยมเราอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่แรดมาก กระโปรงสั้น ซอยผม มีทุกอย่างที่นิยามคำว่าแรดของเด็กมัธยมต้น แต่เรากลับไม่ใช่เด็กที่แต่งตัว ซอยผม หรือกระโปรงสั้น เราเป็นแค่เด็กทั่ว ๆ ไป เวลาเขาพูดกันเรื่องพวกนี้เราก็ฟัง เราก็ไม่ได้รู้สึกบวกหรือลบอะไร ก็เขิน ๆ บ้าง ตอนเรียนเรื่องเพศศึกษา แต่เข้าใจทุกอย่าง แต่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ แล้วก็…เราก็มองว่าการช่วยตัวเอง มีเพศสัมพันธ์ หน้า 7 หลัง 7 อะไรพวกนี้มันเป็นพื้นฐานที่ทุกคนน่าจะได้เรียนรู้นะ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง มันเป็นเรื่องสุขภาพ เวลามีคนถามว่าเพจเราคืออะไร เราก็บอกว่าเป็นเพจสุขศึกษาค่ะ เราไม่ได้มีทัศนคติลบกับอะไรแบบนี้เลย

เคยคิดไหมว่าคนเขาจะมองเรายังไง

เฉยๆ สนไหม? ก็ไม่สน พอเริ่มวาดรูปแบบจริงจัง วาดรูปเยอะขึ้น มันเป็นตัวคัดกรองคนชั้นดีเลยนะว่าเราจะคบกับเขาได้แบบไหน เขามองเราแบบไหน ถ้ามองว่าเป็นงานศิลปะ โอเคเราคุยกันได้ แต่ถ้ามองว่าเรา free sex เราก็ไม่คุย บางคนอินกับรูปวาดเรามาก ส่งภาพของตัวเองมา แล้วก็ถามว่า อยากได้โมเดลไหม  มีทั้งคนไทย ทั้งต่างชาติด้วยนะ บางคนเป็นคู่รักชายหญิงชาวต่างชาติบอกว่าอยากได้รูป เธอวาดให้เราหน่อยสิ เราก็บอกว่า…เดี๋ยวก่อน เราไม่ได้รับจ้างวาดรูป แล้วเซ็กซ์ ยังไงมันก็ยังเป็นเรื่องส่วนตัว คิดว่าเราจะได้รูปอะไรจากเขาล่ะ อาจจะเป็นกิจกรรมทางเพศหรือเปล่าก็ไม่รู้ เราไม่ได้ตกใจกลัวนะ แต่ก็รู้สึกเขินว่า เฮ้ย อย่าเลย บางทีเราก็ไม่ได้อยากดูกิจกรรมของคนอื่นขนาดนั้น

น่าจะมีปัญหาอะไรบ้างในการทำเพจนี้

มีแค่โดนเฟซบุ๊กรีพอร์ต รีพอร์ตแอคเคานต์ส่วนตัว เช่น แจ้งเตือนว่าระงับโพสต์ 3 วัน แล้วก็มีถึงขั้นแอคเคานต์ปลิวไปเลย โดนเรื่องผิดมาตรฐานเฟซบุ๊กนั่นแหละ

มีใครไปรีพอร์ตหรือเปล่า

รู้สึกว่ามี เพราะเฟซบุ๊กแรกของเรามีเฟรนด์ประมาณ 3,000 คน สมัยเรียนเลยนะ คนมันคงเยอะ บางทีการแชร์มาหรือคนเห็นต่อ ๆ กัน โอกาสที่คนหมั่นไส้มันก็มีมั้ง เรามองว่ามันขำ ๆ มากกว่า

ไม่คิดจะเลิกทำเหรอ

ก็มันสนุกดี มันอาจจะตอบสนองอะไรบางอย่างในตัวเรา เช่น ได้วาดรูป ได้คุยกับคนด้วย ลูกเพจเรากลายมาเป็นเพื่อนเยอะเหมือนกัน มาคุยจ๊อก ๆ แจ๊กๆ ในเฟซบุ๊ก แล้วมันก็ทำให้ได้เห็นคนเยอะขึ้นโดยที่เราไม่ได้ออกไปไหนเลย

ไม่ท้อเหรอโดนแบบนี้บ่อย ๆ

ไม่ท้อ หลัง ๆ ก็ใช้วิธีหลบหลีกเอา เพราะนอกจากกราฟิกดีไซน์ เรายังคลุกคลี Digital Marketing ด้วย เราเลยรู้ว่าเราจะต้องวางคอนเทนต์ประมาณไหน เช่น ถ้ามันถี่ไปบางทีมันก็เสี่ยง หรืออันที่คนแชร์เยอะ ๆ เนี่ยน่ากลัวมาก เอาจริง ๆ ก่อนหน้านี้ Instagram ก็มีคนติดตามประมาณ 1 พัน แล้วก็ปลิว ตอนนี้เหลือประมาณ 400 ที่เพจ K K Y A N E E มีประมาณ 2,400 คน เฟรนด์ส่วนตัวก็ประมาณ 600 คน

ทำไมถึงมุ่งมั่นขนาดนี้

เรามองว่าอันนี้เป็นงานอดิเรกอันเดียว เราก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย เพราะว่าทำงานตลอดเวลา นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ขอทำ

โดนปิดแอคเคานต์ไปกี่ครั้ง

น่าจะสองครั้ง  แต่บางครั้ง ที่มันหาย ๆ ไปเราก็ยิงตัวเอง (หัวเราะ) เราอยากปิดเอง เบื่ออย่างอื่นในนั้นมากกว่า มีปัญหา อยากอยู่เงียบ ๆ อยากลบเพื่อน ไม่อยากอันเฟรนด์ อะไรแบบนั้น

พอมาทำเพจนี้ อาการซึมเศร้า นั่งร้องไห้ตอนทำงาน น้อยลงไหม

ไม่มีเลย เรื่องงานอดิเรกอื่นมันก็ทำให้ผ่อนคลายนะ มันขนานกัน หมายถึงว่า เราไม่ได้รู้สึกว่างานอดิเรกของเรามันทำให้เราสดชื่นขึ้น หรือแย่ลง ปัญหาก็คือปัญหา ก็แก้ไขไป อันนี้มันก็คืออีกชีวิตนึง

ที่บ้านรู้ไหมว่าเราทำงานอดิเรกนี้

ไม่เชิงว่ารู้ คือเราก็สงสัยอยู่เหมือนกัน อย่างน้องสาวเคยเห็นโปสการ์ด คือมันมีรูปวาดเซตแรกของเรา ก็กอง ๆ ไว้ในบ้านนั่นแหละ น้องก็ดู ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่หนูเข้าใจว่าน้องสาวหนูเคยเห็นเพจ เพราะมันเคยทักแชทผิดมาหา (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร บ้านเราเปิดกว้างเรื่องนี้ เวลาคุยกันเราก็คุยกันเรื่องทั่วไป เรื่องกิจการในบ้าน

ทำมากี่ปีแล้ว

ทำมาตั้งแต่ปี 2014 ทำมา 60-70 รูปแล้วมั้ง คือบางทีมันถูกวาดไว้แล้วก็ ไม่ชอบว่ะ เซฟไว้ก่อน แต่ไปค้นเจอบางอันแล้วก็ อ้าว กูวาดเหรอ เคยวาดอันนี้ด้วยเหรอจำไม่ได้เลย

คิดว่าตัวเองเป็น Nudist Artist ไหม

ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้นิยามตัวเองขนาดนั้น ก็เป็นคนธรรมดา just a girl เพราะเรามองว่ามันมีคนเก่งกว่าแล้วทำให้มันเป็นอาชีพหลักได้

เคยลองวาดรูปแบบอื่นไหม

เคยวาดแมว แต่แมวก็ไม่เหมาะกับลายเส้นเราหรอก ขนมันเยอะ

เคยมีคนแชทมาขอมีเซ็กซ์ไหม

มี เยอะมาก ๆ เพื่อนเราก็บอกว่าเธอเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงนั้นเอง ด้วยความที่เราเล่น Tinder มันก็เป็นพื้นที่โฆษณาตัวเอง เราก็ใส่เลยว่าเราทำเพจนี้ เหมือนให้คนเข้าไปดู แล้วมันก็ต้องมีคนคิดแหละว่าเราฟรีเซ็กซ์หรือเปล่า เราก็คุยบ้าง ไม่คุยบ้าง ก็มีบางคนพูดทำนองว่าชอบงาน มันคงไปตอบสนองอะไรบางอย่างในตัวเขา แต่เราไม่ใช่ประเภทนอนกับคนเพราะเขาชอบงานเรา เราจะนอนกับเขาก็ต่อเมื่อเราชอบเขา ดังนั้น มันดึงคนเข้ามาเยอะและกรองคนเยอะ ในเวลาเดียวกัน อีกสัก 5 ปีเราอาจจะบล็อกผู้ชายสัก 30% ของโลกก็ได้นะ เรื่องขอเมีเซ็กซ์มีแน่ คนมาโชว์ของตัวเองก็มี แต่ยังไม่เคยถึงขั้นคุกคามถึงตัว มีเคสล่าสุดเขาไปเสิร์ชชื่อเรา แล้วก็ไปเจอเบอร์เราที่ใช้ในพอร์ตสำหรับงานกราฟิกฯ แล้วเขาก็แอดไลน์มา เราก็ตอบไปว่าเราไม่ว่าง ไม่คุยด้วย แล้วก็บล็อคไป

เคยเจอคนสะกดรอยหนัก ๆ ไหม

ไม่เจอค่ะ ส่วนใหญ่คนจะไม่รู้หรอกว่าเราอยู่ที่ไหน และเราก็กังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองพอสมควร

นอกจากขอมีเซ็กซ์  โชว์ของลับ หรือบุกเข้ามาทางโทรศัพท์แล้ว มีประหลาดกว่านั้นอีกไหม

มีวีดิโอคอลมา แล้วก็มีมาจากแอปอื่นที่ไม่ใช่ Tinder ก็เหมือนแอดหาเพื่อนคุย เขาก็แอดมาคุยกับเรา ความตลกคือเราไม่รู้ว่าคนอื่นซวยแบบเราไหม แต่ว่าเป็นคนประเทศอะไรไม่รู้นะ แล้วก็ถ่ายรูปรูมเมทที่นอนอยู่ที่พื้นมาให้เราดู คือรูมเมทเขากินยาแล้วสลบ คือเป็นผู้ชายทั้งคู่น่ะ แต่คนที่คุยกับเราเป็นไบเซ็กชวล เขาก็ถ่ายรูปมาแล้วบอกว่าเพื่อนเขาชื่อ Bob เธอว่าก้นเขาสวยไหม แล้วอยู่ ๆ มันก็เลยเถิดไปถึงขั้นถ่ายรูปมีอะไรกับเพื่อนให้เราดู เราก็ทั้งตกใจทั้งหัวเราะ สงสาร บ๊อบ มาก กูขอโทษ กูห้ามเพื่อนมึงแล้วนะ แต่เพื่อนมึงไม่ฟังกู เราก็ขำแบบ มีใครเล่นโซเชียลแล้วเจอแบบเราบ้างไหมเนี่ย อยากรู้

ปกติเวลาวาดมันต้องมี reference ไหม

มันก็มีแหละ แต่บอกก่อนว่า หนึ่ง มันไม่ใช่ประสบการณ์ส่วนตัวของเรา สอง อินเทอร์เน็ตมันก็ช่วยเราได้ ดูเอาว่าชอบแบบไหน แบบนี้มันทำท่ายังไง แต่ส่วนใหญ่ถามว่าดูหนังโป๊เป็นเรฟฯ ใช่ไหม มันก็คงจะใช่แหละ ก็มีด้วย สิ่งที่ได้จากหนังโป๊จะเป็นในแง่ position ว่าแบบไหนที่เราชอบ ลูกเพจเราชอบ

ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาหาเราเป็นเพศไหน

ส่วนใหญ่เราดึงดูดเพศตรงข้ามมากกว่า เพราะว่า มันมีอารมณ์แบบอมอวัยวะ รูปทำออรัล เซ็กซ์ เขาก็จะชอบ คืองานวาดเราก็ดันไปถูกจุดอะไรเขาสักอย่าง ก็จะดึงดูดคนแบบนี้ไว้เยอะ

แล้วมีคอมเมนต์จากลูกเพจที่เป็นผู้หญิงไหม

มี เขาก็ชอบ บางทีเราก็จะเปิดให้ทอล์คใน IG เปิดให้ถามคำถาม ก็มีคนมาบอกว่าชอบงานวาดของคุณมากเลย แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงเขาก็จะไม่ค่อยแสดงตัว ก็เขิน ๆ แต่มาทักมาชมว่าเขาชอบ

ระหว่างภาพกับแคปชั่นอะไรเกิดก่อนกันในการสร้างงานแต่ละชิ้น

ภาพก่อน แต่เราชอบฟังเพลงมาก บางอันก็เป็นเนื้อเพลง เป็นโควตจากหนัง บางทีเราก็คิดถึงบางคน แต่อาจจะไม่ได้คิดถึงตอนนั้น

อะไรคือแรงบันดาลใจในแต่ละคอนเทนต์

จริง ๆ ความเป็นเรามันอยู่ในแคปชั่นมากกว่ารูป เพราะว่าบางทีมันมีข้อความอยากจะบอก เหมือนเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงใครสักคน ถึงความรู้สึกอะไรสักอย่าง ที่เราก็นึกถึงเขา

แล้วเขาเหล่านั้นรู้ไหม

ไม่แน่ใจ บล็อคไปครึ่งโลกแล้วจะไปรู้ได้ไง (หัวเราะ) จริง ๆ สิ่งที่เราอยากสื่อสารคือข้อความในแคปชั่น เพราะว่ามันคือตัวเราที่สุด ต่อให้เราไปเจอข้อความนั้นจากคนนู้นคนนี้มา แต่เรารู้สึกว่าอันนี้มันคือสิ่งที่เราอยากให้อยู่บนรูป ตอนแรกมันไม่ค่อยมีแคปชั่นหรอก แล้วเรารู้สึกว่ามันโล่งไป มันไม่ค่อยยั่วเลยว่ะ งานมันก็ต้องตอบสนองลูกเพจในทางนั้นด้วย หรือหลัง ๆ ฟังเพลงเยอะ บางทีก็อยากจะแปะเนื้อเพลงที่ชอบลงไปแค่นั้นแหละ

ความสัมพันธ์ในเชิงความรักของเราที่ผ่านมาเป็นยังไง

มีแฟนมาประมาณ 5-6 คน แต่ละคนก็เป็นความสัมพันธ์แบบเรียบ ๆ มาตลอด คนที่คบนาน ๆ ช่วงหลังก็ 4 ปีกว่าเพิ่งเลิกไปเมื่อปีที่แล้ว

เราเป็นคนดูแลความสัมพันธ์ดีไหม

ดี มันจบเพราะว่าเราหมดแรงเท่านั้นเอง แต่ในความเป็นแฟนถามว่าเราดูแลไหม เราค่อนข้างที่จะเทคแคร์แฟนตลอด

คอนเทนต์ส่วนใหญ่ของเราที่สื่อสารออกมาในเพจทำไมเหมือนความรู้สึกของคนที่เอาความรักไม่ค่อยอยู่

ก็คงจะใช่นะ คือล่าสุดมันมีความสัมพันธ์กับคนนึง ซึ่งก็เป็นความซับซ้อน ไม่รู้อะไรเลยหลายเดือนมาก แล้วก็จบไป แต่ก็ดีแล้วที่มันจบ เหมือนว่าเรา Complicated กับมัน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้มันชัดขึ้นกว่านี้ได้อีกแล้ว

เรื่องแบบนี้เป็น source ที่ดีในการทำงานหรือเปล่า

เราไม่ได้เอามาทั้งหมดนะ แต่ถามว่ามีไหมก็มีบ้าง มีข้อความบางอย่างที่อยากจะสื่อสารออกไปบ้าง แต่พูดเลยว่าเราไม่ได้เอา sex life ตัวเองมาใส่

ไม่ใช่ sex life แต่เป็น love-hate life อะไรอย่างนี้มากกว่าหรือเปล่า

ก็มีบ้าง ใช่ จะใช้คำนั้นก็ได้ แต่ในความรู้สึกของเรา บางทีมันบอกไม่ถูก บางทีมันมีหลายความสัมพันธ์ในนั้น ทั้งความเป็นเพื่อน ความเป็นมิตรภาพอื่น ๆ บางทีมันก็มีอะไรอยู่ตรงนั้นที่เราอยากจะพูด แต่สุดท้ายแล้วอาจจะเป็นเพราะเราหยิ่งและไม่เอาใครมั้ง เราคิดเยอะในการมีความสัมพันธ์ บางทีก็ไม่เอาใครเลย

รักยากหรือรักง่าย

ชอบคนง่ายนะ แต่ว่ารักคนต้องสักพักเลยนะ ถึงจะรู้สึกว่ารักแล้ว ล่าสุดมีคนแชทมาหาว่าน้องกัญดูเป็นคนเข้าถึงยาก ดูหยิ่ง เราก็บอกว่า อ้าว ทำไมพี่เพิ่งรู้  แต่เราไม่รู้สึกด้อยกว่าคนอื่น คนอื่นจะคิดยังไงก็แล้วแต่นะ แต่เราคิดแบบนี้ จะคิดว่าหลงตัวเองก็แล้วแต่ บางทีเราก็ไม่คุยกับคนที่ไม่อยากคุยด้วย ตอบไหมตอบ แต่ให้หาเรื่องคุย สนิทด้วย ไม่ทำ เสียเวลา

แยกรักออกจากเซ็กซ์ไหม

แยก ไม่ผูกไว้ อย่างที่บอกว่าการจะนอนกับใครสักคนมันไม่ใช่แค่เราชอบเขานะ ชอบก็คือเรื่องนึง มันเป็นความพึงพอใจ ใช้คำว่าโอเคดีกว่า โอเคที่จะนอนกับเขาไม่ติดอะไร แต่มันก็มีกฎของมันอยู่ว่า ถ้าคุณมีคนของคุณอยู่แล้ว เราไม่ยุ่งนะ ไม่เป็นมือที่สามของใคร อย่างที่ผ่านมามีคนที่เราเคยนอนด้วย แล้ววันนึงเขาก็พบกับคนนึง เขาก็ยังคุยกับเราด้วยความเป็นเพื่อน แต่เราถอยออกมาเลย ไม่เอา ไม่รู้สึกเสียใจ ดีใจที่มันเป็นแบบนั้นด้วยซ้ำ เราค่อนข้างจะภูมิใจกับการตัดสินใจของตัวเอง เพราะคิดว่าคุยต่อไปแล้วมันน่าจะมีปัญหาแน่นอน ต่อให้เป็นเพื่อน

ถ้าอย่างนั้นที่ผ่านมาเราก็ดูไม่น่าจะเสียใจกับความรักเท่าไหร่เลยนะ

ล่าสุดเสียใจ เพราะบางทีมันไม่ได้ตั้งตัว

ฟังดูแล้ว มีลักษณะของการที่กำหนดลูปของตัวเองว่าความสัมพันธ์ เราจะเริ่มที่นี่ เราจะเดินจากกันเมื่อถึงจุดนี้ อย่างนี้มันไม่น่าจะต้องเสียใจอะไรเลย

บางทีถ้าความสัมพันธ์มันไม่นานเราก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย แต่บางคนมันลึก ที่เราเสียใจก็เพราะมันรัก ซึ่งเราไม่ค่อยรู้สึกแบบนี้เท่าไหร่นะ ที่ผ่านมาใช้สมองมากกว่า แต่เคสนี้อาจจะใช้หัวใจเยอะไปนิดนึง ก็เลยรู้สึกว่าเสียใจที่รักมัน เสียใจที่แบบ โอ๊ย กูพลาด เพราะเรารู้สึกว่าเรายังไม่ทันได้มีความสัมพันธ์กับมันแบบจริงจัง และมันชัดกับเรามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว มันเป็นความทั้งรักทั้งเกลียด แต่ในความทั้งรักทั้งเกลียดก็ดีใจที่เขาเข้ามาชีวิต ด้วยความที่เขามาอยู่ในจุดที่เราทวิสต์เยอะมาก แล้วเขาก็ทำให้เราเห็นตัวเองมากขึ้นว่าเราต้องการอะไรในความสัมพันธ์ ก็ตกใจตัวเองเหมือนกันที่เสียใจ

ไม่เคยทำร้ายตัวเองเพราะความรักใช่ไหม

กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าตลอดชีวิตเราไม่เคยเป็นบ้าเป็นบอเพราะว่าเรื่องความรัก สำหรับเราความรักมันไม่ใช่แค่รักด้วยหัวใจ แต่มันต้องใช้สมองแบ่ง ๆ กันไป

แต่สิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่สื่อสารในเพจค่อนข้างต่างกันนะ

มีทั้งสองอย่าง เราเป็นคนแบบขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยมั้ง คนไม่ค่อยรู้หรอกว่าเราคิดอะไร แป๊ปนึงเดี๋ยวอารมณ์มันก็เปลี่ยน

สำหรับกัญ เซ็กซ์กับความรักอันไหนสวยงามกว่ากัน

ถ้ามันมาด้วยกันมันก็ดี แต่ถ้าให้เลือกอย่างใดอย่างนึงก็ไม่รู้เหมือนกัน

ถ้าเป็นคนที่เรารัก แต่เซ็กซ์ไม่โอเค

ก็อยู่ได้ในความใช้สมองของมัน สุดท้ายแล้วมันจะโดนหารออกไปโดยไม่รู้ตัว

สมมุติว่าบางคนแม่งเซ็กซ์โอเคมาก แต่รักไม่ได้ ยังไงก็ไม่รัก

ผู้ชายจริง ๆ มันมีเซ็กซ์โอเคกี่คนวะ (หัวเราะ) ก็อาจจะมี เพราะอย่างที่บอกว่า บางทีมันก็เขาอาจจะไม่ได้ดีกับเราคนเดียว ในความมีเซ็กซ์ดี ๆ เพราะเขาก็คงรู้สึกภูมิใจในความเป็นชายของตัวเอง

คิดจะเลิกทำเพจนี้ไหม

ไม่คิด ไม่เลิก ทำไปเรื่อย ๆ เพราะว่ามันเป็นงานอดิเรก จนกว่าจะขี้เกียจ คือเดือนนึงลูกเพจจะรู้ว่าอีนี่จะโพสต์อยู่ประมาณ 2 ครั้ง หรือถ้าเยอะหน่อยเขาก็จะตกใจว่าทำไมช่วงนี้ขยันจัง

หรือจนกว่าจะมี hobby อื่น

จริง ๆ อยากจะขายอะไรอยู่เหมือนกัน ลูกเพจอยากได้กระเป๋าลายที่เราวาด แต่มันค่อนข้างจะล่อแหลมไปนิด

คิดจะเอาผลงานในเพจไปต่อยอดหรือทำอะไรต่อไหม

อยากทำนิทรรศการมาก แต่ยังอยากให้มันแข็งแรงกว่านี้สักหน่อย เรายังไม่ได้พอใจมาก ยังอยากทำอะไรอีก ด้วยความที่มันเป็น digital drawing คุณค่ามันอาจจะไม่มากเท่างานวาด คืออาจจะมีคนมองแบบนั้น มองว่างานมันครีเอทง่าย photobook ก็สนใจ เพราะเราก็ยังชอบอะไรที่มันเป็นพิมพ์บนกระดาษหรือบนวัสดุมากกว่าบนออนไลน์อยู่แล้ว และมีบางคนเข้ามาแล้วบอกว่าอยากจะเพิ่ม value ให้กับมันสนใจอยากร่วมธุรกิจไหม มีหลายอย่างมากเลย มีคนจะขอซื้อลายไปทำที่ร้านสัก เราก็คิดอยู่ว่าเราจะคิดตังค์เขายังไง อีกคนชวนเอารูปไปไว้ในโรงแรม แต่เป็นโปรเจกต์ที่คุยกันลอย ๆ ไม่ได้จริงจัง

ความภูมิใจที่มีต่อสิ่งที่เราทำมันคืออะไร

ก็สนุกดีนะ มันมีอารมณ์แบบพอคนเห็นเรื่องพวกนี้ ก็จะแท็กผัว แท็กเมีย แท็กแฟนมาอ่านตลอด เรารู้สึกว่ามันเปิดพื้นที่ในการพูดคุยเรื่องนี้ โดยไม่เขิน เด็กมันกล้าคุย แล้วเราอยากให้มันถูกมองเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรู้สึกว่ามันคือเรื่องธรรมชาติของมนุษย์

คิดว่าเรามีส่วนช่วยเรื่องนี้ไหม

ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราก็อยากช่วยนะ อยากจะพูดไปต่อถึงเรื่องการใช้ถุงยาง มันมีบางคอนเทนต์ที่พูดเรื่องการตกไข่ หน้า 7 หลัง 7 ทำให้เด็ก มันก็ต้องมีคิดบ้างแหละ ถ้าคนเรามันมีความต้องการ แต่ไม่พร้อมในการมีครอบครัว คุณก็ควรจะหาวิธีการป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้มันเลยเถิด

สังคมเรากระมิดกระเมี้ยนเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร

จริง เราเคยสงสัยนะ ด้วยความที่เราเป็นเด็กเรียนวรรณกรรม วรรณคดี เราอ่านงานวรรณคดีโบราณ เราก็มีความรู้สึกว่าเรื่องเล่าเซ็กซ์ แม่งมันส์กว่าของกูเยอะเลย (หัวเราะ) ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณีน่ะนะ ให้เราอ่านเป็นแบบเรียน แต่คนเราดันเขินที่จะพูดให้มันเป็นเรื่องปกติในชีวิตจริง ก็ตลกดี อุตส่าห์สอนกันไป หน้าแดงกันไป เขินอะไรกันเนี่ย

สังคมไทยมันอยู่บนพื้นฐานของคนที่ปากว่าตาขยิบกับเรื่องนี้มาก มองเซ็กซ์เป็นเรื่องไม่ดี ไม่สะอาด ไม่ควรเปิดเผย ขณะเดียวกันในอีกด้านนึงของสังคมนี้มันก็พูดกันอย่างไร้ศิลปะ พูดกันอย่างไม่มีความงามอยู่ในนั้น

รสนิยมมันสอนกันไม่ได้ และเป็นเรื่องส่วนตัวมั้ง เราก็ปล่อยไป จนถึงวันนึงเขาก็อาจจะหาจุดที่พอดีกับเขาเอง เราก็ยอมรับในความใครจะชอบอะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ซีเรียส มันก็เรื่องของเขา เราไปชี้หน้าบอกเขาว่ามันไม่ถูกไม่ได้ เขาชอบของเขา บางทีมันก็เกรงใจกัน

แล้วคิดว่าความงามในแง่ของศิลปะ มันช่วยให้เซ็กซ์ไม่ถูกมองเป็นเรื่องที่แย่ขนาดนั้นได้ไหม

มองว่าได้ เพราะว่าเราทำอยู่ด้วยแหละ

แล้วคนกลุ่มนึงที่เขามองไม่เห็นความงามนี้ล่ะ

ส่วนใหญ่เขาจะไม่ถูกดึงมาที่เพจเรา เพราะว่าเขาจะเบื่อ มันไม่จัดจ้านสำหรับเขา แบบ…ทำไมไม่ทำเป็นวีดิโอไปเลยวะ (หัวเราะ)  เมื่อก่อนเราเคยคิดจะทำโมชั่นด้วยนะ แต่ขี้เกียจ ประเด็นคือเราอยากให้มันเงียบ เราชอบความเงียบ แล้วก็รู้สึกว่ามันดีที่ได้ปล่อยให้คนได้มองว่ามันคืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น มันเคยเกิดกับใคร เขาอาจจะคิดถึงคู่นอนเขาก็ได้ คิดถึงแฟนเก่า คิดถึงใครสักคนนึง มันควรจะมีพื้นที่ให้ได้คิด เพราะการคิดมันก็คือการแสดงออกอย่างนึง

แล้วกับผู้หลักผู้ใหญ่ล่ะ

เราว่าเขาก็ชอบนะ แค่เขาอาจจะไม่ค่อยพูด เพราะจริง ๆ ฐานของลูกเพจก็จะมีคนอายุ 30 กว่า 40 กว่า เพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่กล้าพูดได้ตรง ๆ ก็ไม่เป็นไร ถ้าคนไม่กดไลค์ บอกแล้วว่าไม่ซีเรียส ชินแล้ว บางคนไม่กดไลค์นะ แต่เข้ามาดูตลอด เสิร์ชเอา นี่ประทับใจมาก เรามองว่ามันเข้าใจได้นะ เราก็จะทำไอจีขึ้นมาอีกอันนึง เผื่อกดไลค์ตรงนี้ไม่ได้ก็ไปกดตรงโน้น บอกเขาว่าตรงนี้ไม่สะดวก อย่าฝืน (หัวเราะ) บางคนเขาก็มีแอคเคานต์หลุมเยอะมากในไอจี เป็นแอคเคานต์ที่มีเพื่อนฟอลโลวอยู่ 5 คน แล้วก็เมสเสจมาบอกว่าชอบงานมากเลยนะคะ เราก็ขอบคุณเขานะ อย่างน้อยกูก็ไม่เหงา เพราะอย่างที่บอกว่าพอมันเป็นงานอดิเรกเราก็ไม่ได้สนว่าใครจะคิดยังไง

สนุกไหม

สนุกที่ได้เจอคนเยอะ

Posted in: Uncategorized

Tagged as:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s